แม้ไฟป่าแอมะซอนอยู่ไกลจากบ้านเรามาก แต่ปฏิกิริยาการรับรู้ค่อนข้างแพร่หลาย
นอกจากชื่อป่า แอมะซอน กับ อเมซอน แฟรนไชส์ร้านกาแฟชื่อดังที่บ้านเราคุ้นเคยเป็นชื่อเดียวกัน ความใหญ่โตป่าและสถานการณ์ รวมถึงฉายา “ปอดของโลก” กำลังไหม้ ยังทำให้รู้สึกว่าเรื่องนี้มีผลกระทบใหญ่มาก
ตอนนี้ไฟลามกินพื้นที่ป่าดิบชื้นที่มีความหลากหลายทางชีวภาพไปหลายประเทศ โดยเฉพาะที่บราซิล ไฟลามกว่า 80,000 จุดเป็นประวัติการณ์
ไม่เท่านั้นยังลามเป็นประเด็นการเมืองระหว่างประเทศ และแตกแยกย่อยไปถึงประเด็นสตรี
เนื่องจาก ประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนาโร แห่งบราซิล วัย 64 ปี แกไม่ยอมรับเสียงวิจารณ์ว่า ไฟป่าที่ปกติก็มีทุกปีลามมาถึงขั้นนี้เพราะรัฐบาลมีนโยบายไม่ดี จัดการไม่ดี และแก้ไขปัญหาก็ไม่ดีอีก
ทำให้ไฟป่าที่น่าจะจำกัดวงอยู่แค่ปัจจัยทางธรรมชาติ กลับขยายวงเพราะฝีมือมนุษย์
เหตุพิพาทแอมะซอนลามถึงผู้นำชาติมหาอำนาจกลุ่มจี 7 ปีนี้ เมื่อ นายเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ออกแอ๊กชั่นมากกว่าใคร ในฐานะที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพจี 7 จึงเสนอว่าต้องนำเรื่องไฟป่าแอมะซอนเข้ามาคุยกันบนเวที ด้วยเห็นว่าแอมะซอนไม่ใช่แค่ป่าของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เป็นป่าของโลก
แต่นายโบลโซนาโร ผู้นำเอียงขวาเข้มข้น กลับตอบโต้ด้วยท่าทีไม่พอใจ ว่าเอาเรื่องของคนอื่นไปพูดในกลุ่มจี 7 ที่ไม่มีสมาชิกอยู่แดนละตินแม้แต่ประเทศเดียวได้อย่างไร วางตัวเป็นเจ้าอาณานิคมไปได้
ส่วนเงินบริจาคที่กลุ่มจี 7 ระดมจะไปช่วยดับไฟที่ป่าแอมะซอน 20 ล้านดอลลาร์ หรือราว 620 ล้านบาทนั้น นายโบลซานาโรก็เชิดใส่ บอกไม่เอาจี 7 เก็บไว้ดูแลตัวเองดีกว่า
แค่สองเรื่องนี้น่าจะวุ่นพออยู่แล้ว แต่ก็ไม่จบเท่านั้น ประเด็นชวนตะลึงที่ตามมายิ่งกว่ายกตนข่มท่าน ก็คือ ยกภรรยาข่มท่าน
ผู้นำบราซิลแนวขวาจัดเข้าไปโพสต์เยาะเย้ยนายมาครงว่า “อย่าฉีกหน้านายนั่นเลย ฮ่าฮ่า” ตรงโพสต์ที่มีคนนำภาพคู่รักต่างวัยของผู้นำของประเทศมาเปรียบเทียบกัน
ระหว่างคู่นายมาครง วัย 41 และนางบริจิตต์ สตรีหมายเลขหนึ่งวัย 66 กับคู่ของนายโบลโซนาโร วัย 64 และนางมิเชลล์ ภรรยาสาว วัย 37
แน่นอนว่าการรับรู้ของคนบนโลกคุ้นเคยกับเรื่องราวผู้เฒ่ากับเมียสาว มากกว่าลูกศิษย์หนุ่มกับคุณครูที่รัก นายโบลโซนาโรจึงอาจรู้สึกว่าเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ
เหนือนายมาครงประเด็นนี้
แต่ในโลกที่พัฒนาความเท่าเทียมระหว่างชายหญิงแล้ว ผู้นำท่านนี้น่าจะถูกมองว่าเป็นผู้นำที่ไม่มีวุฒิภาวะเอาเสียเลย การเอาผู้หญิงมาเป็นเครื่องมือเอาชนะการต่อล้อต่อเถียงทางการเมืองนั้น จะให้ใครมาเรียกว่า “สุภาพบุรุษ” ได้หรือไม่
ประเด็นแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นไกลเหมือนป่าแอมะซอน แต่เป็นเรื่องใกล้ๆ ตัวที่มีอยู่ในทุกสังคม โดยเฉพาะสังคมที่มีคนชอบมองผู้หญิงแบบเดิมๆ ที่รูปลักษณ์ภายนอก
เผลอๆ ก็อาจจะหลุดปากเรียกใครต่อท้ายว่า คนสวย หรือเรียกใครนำหน้าว่า อี ได้อีกเรื่อยๆ
ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์

