หน้าแรก การเมือง บทนำมติชน : ด...

บทนำมติชน : ดูแลโบราณสถาน

8.06.16 | 10:18 น.

จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเรียกประชุมด่วน หามาตรการแก้ปัญหา มิให้เกิดซ้ำรอย ภายหลังมีการแชร์คลิปในสังคมออนไลน์ เป็นคลิปภาพการขับแข่งรถด้วยความเร็วสูง รอบเจดีย์วัดสามปลื้ม อ.พระนครศรีอยุธยา และมีผู้ตั้งคำถาม เหตุใดหน่วยงานราชการอนุญาต รวมถึงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม ทั้งนี้คลิปภาพดังกล่าว เป็นการถ่ายทำภาพยนตร์โฆษณาบุหรี่ยี่ห้อหนึ่ง มีการยื่นขอและได้รับอนุญาตจากกรมการท่องเที่ยว กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการ มีนายประยูร รัตนเสนีย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ได้ข้อสรุปร่วมกัน ต่อไปจังหวัดต้องตั้งองค์คณะ ประกอบด้วยฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ วัฒนธรรมจังหวัด หน่วยงานศิลปากร ฯลฯ ขึ้นมาพิจารณา เนื่องจากกรณีที่เกิดขึ้น มีการแยกยื่นขออนุญาต จึงมิได้พิจารณาในภาพรวมทุกแง่มุม และแม้ได้รับอนุญาตจากระดับกรม แต่ก็ต้องให้องค์คณะระดับจังหวัดพิจารณาอีกครั้ง

ปัญหาดริฟต์รถ รอบวงเวียนเจดีย์วัดสามปลื้ม หรือที่ชาวอยุธยาเรียกเจดีย์นักเลง เนื่องจากตั้งอยู่กลางถนนโรจนะ ที่แต่เดิมเป็นพื้นที่ของวัด เป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหา โบราณสถาน ถูกรุกราน ทำลาย ถูกมองไร้คุณค่าเท่านั้น ผศ.ดร.ประภัสสร์ ชูวิเชียร อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ระบุว่า กรณีนี้ผิดตั้งแต่การสร้างถนนโรจนะโดยวางแนวให้ซ้อนทับกับโบราณสถาน ทั้งที่เห็นอยู่ว่าเป็นโบราณสถานก็ยังวางแนวถนนให้ตรงกับวัด ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบเป็นโดมิโน เพราะเมื่อมีถนน ต่อให้ไม่มีการแข่ง แต่รถวิ่งผ่านทุกวันก็มีแรงสั่นสะเทือน กระทบโบราณสถาน ต้องโทษตั้งแต่คนวางแผนสร้างถนนสายนี้

ประเทศไทยมีโบราณสถานจำนวนมาก แต่รัฐไม่มีระบบการบริหารจัดการที่ดี ปล่อยให้เสื่อมโทรม บุกรุกทำลาย ลักลอบขุด หรือแม้แต่การพัฒนาบ้านเมือง สร้างถนน หนทาง โดยไม่สนใจ ตระหนักถึงคุณค่า ความสำคัญที่ต้องอนุรักษ์เอาไว้ เจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมวัดสามปลื้ม สันนิษฐานสร้างขึ้นตั้งแต่ยุคกรุงศรีอยุธยาตอนต้นถึงตอนกลาง ระหว่าง พ.ศ.1900-2100 เป็นตัวอย่างการพัฒนา ที่มีด้านการบั่นเซาะทำลายรวมอยู่ด้วย ทั้งที่สามารถพัฒนา และอนุรักษ์ควบคู่กันได้ การแข่งรถเป็นเรื่องปลายเหตุ แต่ก็ได้สะท้อนภาพการบริหารจัดการทั้งในอดีตและปัจจุบัน ด้านหนึ่งเป็นเรื่องของจิตสำนึกของประชาชน ที่ต้องปลูกฝัง ให้การศึกษา ให้รู้ถึงคุณค่า สร้างเกราะคุ้มครอง ปกปักรักษา ประการสำคัญรัฐต้องเป็นผู้นำ ดูแลสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ หลักฐานบ่งบอก รากเหง้า ความเป็นมา เอาไว้เป็นสมบัติชาติในการสืบค้นต่อไปให้ได้ ไม่ว่าบ้านเมืองจะพัฒนาไปไกลแค่ไหนก็ตาม