หน้าแรก การเมือง กันยานี้ได้เห...

กันยานี้ได้เห็นแน่! เครือข่ายภาคีรณรงค์แก้รัฐธรรมนูญ

30.08.19 | 15:57 น.

“อ.อนุสรณ์” แย้ม กันยานี้ ได้เห็นการทำงานของ “เครือข่ายภาคีเพื่อรณรงค์แก้ รธน.”

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม นายอนุสรณ์ ธรรมใจ ประธานคณะทำงานเตรียมการเพื่อจัดตั้ง “เครือข่ายภาคีเพื่อการรณรงค์และเคลื่อนไหวการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการปฏิรูปเพื่อประชาธิปไตย และประชาชน” ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการัดตั้งภาคีเครือข่าย ว่า ภายในเดือนกันยายนนี้น่าจะสามารถขับเคลื่อนองค์กรนี้ได้ เพราะขณะนี้มีองค์กรประชาธิปไตยเครือข่ายต่างๆที่มีการรวมกลุ่มกันอยู่แล้ว แต่เราต้องการให้เป็นเครือข่างองค์กรภาคี คือเหมือนเป็นร่มใหญ่เพื่อจะได้เคลื่อนอย่างมีพลัง และกำหนดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนร่วมกันในการขับเคลื่อน โดยการรวมเอากลุ่มต่างๆที่มีอุดมการณ์เดียวกันมาขับเคลื่อนไปพร้อมกัน เพราะถ้าไม่มีพลังจะขับเคลื่อนแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ยาก ดังนั้นต้องมีฉันทามติร่วมกันของประชาชน และองค์กรประชาชน ซึ่งเราต้องทำงานร่วมกับทางรัฐสภา และรัฐบาลด้วย ซึ่งถ้าเขาไม่เห็นด้วยเต็มที่เลยก็จะทำงานยาก อันดับแรกจึงต้องเปิดช่องให้มีการแก้ไขให้ได้ก่อน ตอนนี้ก็ตั้งคณะทำงานขึ้นมาแล้ว ที่ประชุมเมื่อวันอังคาร (27 สิงหาคม) ที่ผ่านมาให้นายโคทม อารียา เป็นประธาน เดี๋ยวก็ต้องรอว่าองค์กรที่มาร่วมกันนี้จะส่งใครเข้ามาเป็นตัวแทน หรือเป็นกรรมการบ้าง เราอยากให้มีรูปแบบเหมือนตอนที่รณรงค์รัฐธรรมนูญสีเขียวเมื่อปี 40 ซึ่งเราต้องทำ 2 ระดับ ระดับหนึ่งคือ มีคนมองว่า ควรเป็นองค์กรที่รัฐสภาเป็นคนแต่งตั้ง เพื่อจะได้มีทรัพยากร และงบประมาณ แต่อีกส่วนก็มองว่าถ้าเป็นอย่างนั้นจะมีอิสระไหม เราก็ต้องมาประชุมร่วมกันก่อนว่าเราจะเดินกันอย่างไร ซึ่งคิดว่าคงต้องเดินสองแนวทาง เราก็ต้องเตรียมไว้ทุกทาง

ด้าน นายโคทม อารียา ที่ปรึกษาสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติวิธีศึกษา ม.มหิดล กล่าวว่า ก็ต้องขอบคุณ อ.อนุสรณ์ ธรรมใจ ที่ผ่านมา องค์กรภาคีเครือข่ายเพื่อการรณรงค์และเครื่องไหวการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการปฏิรูปเพื่อประชาธิปไตยและประชาชน ยังเป็นการหารือกันเบื้องต้นมากๆ ยังไม่มีมติอะไรที่ชัดเจน เพราะเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการกันอย่างรอบครอบเพื่อจะต้องมีช่วงเวลาที่ต้องปรึกษาหารือกันอย่างมาก ส่วนจะใช้เวลาเท่าไหร่นั้น ตนไม่ทราบ เพราะต้องยอมรับว่า ทุกคนต่างมีความเห็นต่อเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ หากเสนออะไรออกไปโดยไม่ปรึกษา อาจจะเป็นการพลาดโอกาสในการทำงานร่วมกันได้