09.00 INDEX สารนุ่มนวล จากชวน หลีกภัย ญัตติเปิดอภิปราย มาตรา 152

31.08.19 | 08:27 น.

ท่าทีล่าสุดของ นายชวน หลีกภัย ในการแถลงระหว่างเดินทางไปยังวัดแก้วฟ้าจุฬามณี แยกเกียกกาย เกี่ยวกับญัตติขอเปิดอภิ ปรายทั่วไปตามมาตรา 157

เป็นท่าทีที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะเมื่อ “ย้ำ”

“เรื่องของการอภิปรายทั่วไปเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 และผมไม่บังอาจไปเตือนใครเพราะทุกคนมีหน้าที่ แต่เมื่อมีสื่อมาถามผมก็บอกไปว่า

เชื่อว่านายกรัฐมนตรีอยากจะมาชี้แจง

และตราบใดที่ยังมีญัตติอยู่ฝ่ายสภาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจาก บรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุม”

Advertisement

การใช้คำว่า “บังอาจ” มากด้วยความละเอียดอ่อน อ่อนไหว

ความละเอียดอ่อนอย่างที่สุดก็คือ เรื่องนี้ นายชวน หลีกภัย มิได้ย้ำอย่างเป็นเรื่องส่วนตัว ตรงกันข้าม เป็นการย้ำในฐานะของประ ธานสภาผู้แทนราษฎรซึ่งดำรงความเป็น”ประธานรัฐสภา” อยู่ด้วย

จึงได้เลือกใช้คำว่า “ผมไม่บังอาจไปเตือนใคร”

และคำว่าใครในบริบทแห่งประโยคเหล่านี้ก็แสดงบทบาทและความหมายออกมาอย่างแจ่มชัด

นั่นเห็นได้จากคำที่ตามมา “เพราะทุกคนมีหน้าที่”

คำว่า “หน้าที่” ในที่นี้ไม่เพียงแต่จะเป็นหน้าที่ของ นายชวน หลีกภัย ในฐานะประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภา

นั่นก็คือ

“ตราบใดที่ยังมีญัตติอยู่ ฝ่ายสภาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุม”

และเมื่อญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญกระทำอย่างถูกต้องก็ต้องบรรจุเข้าระเบียบวาระและทุกอย่างก็ต้องเดินหน้าไปตามบทบัญญัติ

นี่ย่อมเป็นการชี้ออกมาอย่างเปี่ยมด้วยหลักการจากฝ่ายนิติ บัญญัติไปยังฝ่ายบริหาร

เหมือนกับคำว่า “ผมไม่บังอาจ” อันมาจาก 2 เรียวปากของ นายชวน หลีกภัย จะเป็นการกล่าวอย่างสุภาพ นุ่มนวล ด้วยท่วงทำนองของ นายชวน หลีกภัย

แต่ก็ต้องยอมรับว่าทุกอย่างดำเนินไปตามกฎ ระเบียบและบทบัญญัติครบถ้วน

เป้าหมายที่สำคัญอย่างที่สุดอยู่ที่ “ทุกคนมีหน้าที่”

ไม่ว่าหน้าที่ในด้านนิติบัญญัติ ไม่ว่าหน้าที่ในด้านบริหาร