นายกฯบินราชบุรีเปิดงาน “70 ปีครองราชย์ ประชารัฐรวมใจภักดิ์ รักษ์น้ำตามรอยพ่อ” เปิดขุดคลองบางสองร้อย หนึ่งในโครงการ 2 พันล.ปรับปรุงแหล่งน้ำทั่วประเทศ พร้อมขอปรับชื่อเพิ่ม”ป่า”บริหารควบคู่น้ำ ฝากผู้ว่าฯ-อปท.สร้างปฎิสัมพันธ์ชาวบ้านสร้างปรองดอง ยืนยันหน้าที่ทหารดูแลปชช.สร้างความสงบในชาติ
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 8 มิถุนายน ที่ พล.ม.2 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์มายังจุดจอด ฮ.คลองบางสองร้อย ต.ธรรมเสน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เพื่อเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “70 ปีครองราชย์ ประชารัฐรวมใจภักดิ์ รักษ์น้ำตามรอยพ่อ” ซึ่งเป็นโครงการโดยกระทรวงกลาโหม ที่กองทัพบกจัดขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ 70 ปี และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ ในวันที่ 12 สิงหาคม 2559 โดยมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และพล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบกร่วมพิธี
จากนั้น นายกฯได้กล่าวภายหลังการชมวีดิทัศน์ การรายงานต่อการดำเนินโครงการในพื้นที่ต่างๆ ว่า ได้เห็นหน้าตาทหาร พลเรือน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เห็นคนไทยทั้งหมดว่าเป็นอย่างไร ได้เห็นปัญหาว่าอยู่ตรงไหน ฉะนั้นอยากฝากให้ทุกคนพึงระลึก จะทำอะไรก็ตามขอให้ฟังเสียงประชาชน และทำงานให้ต่อเนื่องเชื่อมโยงกับโครงการอื่นๆ ในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำ โดยที่ผ่านมารัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณให้กระทรวงกลาโหม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปเร่งดำเนินโครงการ จัดทำเพื่อถวายเฉลิมพระเกียรติในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ 70 ปี รักษ์น้ำตามรอยพ่อ ทั้งนี้อยากให้เพิ่มคำลงไปเป็น “ประชารัฐรวมใจภักดิ์ ป่ารักษ์น้ำตามรอยพ่อ” เพื่อทำโครงการควบคู่กัน ดูแลทั้งป่าและน้ำ
นายกฯกล่าวว่า ทั้งนี้ กังวลโครงการดังกล่าวจะแล้วเสร็จทันเวลาหรือไม่ เพราะเท่าที่ติดตามต้องระมัดระวังปรากฏการณ์ลานิญา ส่งผลให้ฝนตกยาวนานกว่าปกติ ต้องเตรียมรับสถานการณ์ตรงนี้ด้วย ต้องคอยสำรวจ และดูว่าเมื่อฝนตกน้ำไปสะสมอยู่ตรงจุดไหน แล้วให้เสนอข้อมูลมายังคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ พร้อมกันนี้ต้องอธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจถึงเรื่องน้ำอุปโภค บริโภค น้ำเพื่อการเกษตร และน้ำเพื่อระบบนิเวศน์ ยืนยันรัฐบาลพร้อมแก้ปัญหาให้ เพราะนี้คือประเทศไทย ถ้าทำให้ประชาชนมีความสุขได้ ก็ต้องช่วยกัน แต่อะไรที่ทำแล้วมีผลกระทบต้องดูให้ละเอียด และต้องดูแลประชาชน ทหารมีหน้าที่ต้องดูแลประชาชน รักษาความสงบตามรัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจนทุกฉบับ
ทั้งนี้ ส่วนงบประมาณที่มีการอนุมัติมา ส่วนใหญ่ใช้ในเรื่องของน้ำมัน ซ่อมแซมเครื่องมือ บำรุงรักษา ขณะที่เบี้ยเลี้ยงไม่มี สำหรับปัญหาการพังทลายจากการขุดลอกคลอง หลังขุดต้องปลูกหญ้า หรือนำต้นกระถินณรงค์มาปลูก โดยต้องเอาชาวบ้านมาช่วยกัน เพื่อเป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์กับประชาชนด้วย ตรงนี้ต้องฝากผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ช่วยกัน การทำแบบนี้ถือเป็นการสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้น โดยเริ่มจากจุดนี้ เป็นการทำงานเพื่อประเทศ ซึ่งปัญหาต่างๆ เหล่านี้ พวกเราเคยเผชิญมาแล้วในอดีต ฉะนั้น เราต้องช่วยกันและสื่อเองต้องช่วยสร้างความเข้าใจกับประชาชนด้วย เราต้องดูแลประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่ดูแลเฉพาะคนใดคนหนึ่ง ทั้งทหาร ข้าราชการ มีหน้าที่ดูแลช่วยเหลือประชาชนทุกคน ประสานพลังประชารัฐร่วมกันในวันนี้
ภายในงาน นายกฯได้ถวายราชสักการะฯ แด่พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และได้เปิดงานอย่างเป็นทางการ พร้อมเยี่ยมชมการปฏิบัติงานขุดลอกคลองบางสองร้อย ของหน่วยทหารช่าง พร้อมประชาชนในพื้นที่ปลูกต้นราชพฤกษ์และหญ้าแฝก จากนั้นเยี่ยมชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติโดยกระทรวงกลาโหม ประกอบด้วย การบริหารจัดการน้ำของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและการปลูกหญ้าแฝกตามแนวทางพระราชดำริ โครงการฝนหลวง ยุทธศาสตร์น้ำของประเทศและการจัดการน้ำแบบประชารัฐ การบรรเทาปัญหาภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดราชบุรีด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ “ธรรมเสน โมเดล” รวมทั้งเยี่ยมชมการจัดแสดงสินค้าโอทอป และนายกรัฐมนตรีจะมอบถังน้ำในโครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง (ถังน้ำกลาง ประชารัฐ) ให้แก่ผู้แทนรับมอบด้วย
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวรัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงกลาโหมรับผิดชอบดำเนินโครงการบูรณาการ การปรับปรุงและพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ใน 2 ลักษณะคือ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำและการระบายน้ำนอกเขตชลประทาน จำนวน 54 โครงการ ในพื้นที่ 17 จังหวัด งบประมาณรวม 548 ล้านบาทเศษ และโครงการบูรณาการขุดลอกแหล่งน้ำทั่วประเทศ เพื่อกักเก็บน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค จำนวน 1,546 โครงการ พื้นที่ 68 จังหวัด งบประมาณ 1,529 ล้านบาทเศษ โดยทั้ง 2 โครงการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ร่วมดำเนินโครงการด้วย ซึ่งรัฐบาลเร่งดำเนินการเพื่อให้ทันฤดูฝน
อย่างไรก็ตาม การดำเนินโครงการดังกล่าว ได้น้อมนำแนวทางพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเรื่องการบริหารจัดการน้ำมาประยุกต์ใช้เป็นกรอบแนวทางในการดำเนินการ ลักษณะประชารัฐ เพื่อให้ทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อชุมชนและประเทศ


