‘7 พรรคฝ่ายค้าน’ ลงพื้นที่สัญจร ‘สันป่าตอง’ เจอชาวบ้านโอด ‘สินค้าเกษตรขายไม่ได้-น้ำแล้ง-นทท.ลดฮวบ’ (คลิป)

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 31 สิงหาคม ที่สหกรณ์การเกษตรสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวแทนจาก 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และผู้นำฝ่ายค้าน โฆษกจากทุกพรรคใน 7 พรรคการเมือง พร้อม ส.ส.เชียงใหม่ พรรค พท.ทุกเขต ลงพื้นที่กิจกรรมฝ่ายค้านเพื่อประชาชนสัญจร 4 ภาค เพื่อรับฟังปัญหาที่กระทบต่อเศรษฐกิจปากท้องของพี่น้องประชาชน พร้อมเปิดเวทีสาธารณะเพื่อนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อไปขับเคลื่อนในสภาและขับเคลื่อนเป็นนโยบายของ 7 พรรคการเมืองต่อไป


โดยนายสมพงษ์กล่าวว่า ที่นายกฯบอกเศรษฐกิจดี จึงจำเป็นต้องมาถามประชาชนว่าดีจริงหรือไม่ แล้วการแจกเงินรัฐบาลรู้หรือไม่ว่าประชาชนส่วนใหญ่เอาไปใช้หนี้ เศรษฐกิจไม่ได้เกิดการหมุนเวียน การแก้ปัญหาไม่ใช่แค่เอาเงินไปแจก แต่ต้องมีแนวทางให้ประชาชนทำมาหากิน ดังนั้น การลงพื้นที่ของพรรคฝ่ายค้านเราจึงต้องการรับทราบปัญหา เพื่อนำไปสะท้อนและชี้แจงในสภา เพื่อช่วยเหลือประชาชนต่อไป

ขณะที่ตัวแทนกลุ่มสหกรณ์กล่าวว่า ตอนนี้เรามีปัญหาเรื่องแหล่งน้ำในภาคการเกษตร หากท่านแก้ปัญหานี้ท่านแทบไม่ต้องแก้ปัญหาเรื่องราคา เพราะถ้าน้ำดี ผลผลิตทางการเกษตรก็ดี แล้วเรื่องราคาที่ดีจะตามมาเอง แต่ขณะนี้น้ำแล้ง ทำให้เราไม่มีผลผลิตทางการเกษตรออกมาจำหน่าย นอกจากนี้ยังขอฝากเรื่องการแปรรูปผลผลิตที่เมื่อแปรรูปออกมาแล้วสินค้าขายไม่ออก ล้นตลาด จนคนที่ผลิตสินค้าออกมามีหนี้สิน อย่างไรก็ตาม เรื่องข้าวก็สำคัญ ตอนนี้ราคาข้าวแพง เพราะข้าวนาปี ปลูกก็น้ำท่วม สหกรณ์ไม่มีข้าวในโกดัง เพราะข้าวไปอยู่ในมือพ่อค้าคนกลางหมด เวลาซื้อข้าวกินข้าวราคาแพง แต่เวลาขายข้าว เกษตรกรขายได้ในราคาถูก เกษตรกรที่ปลูกข้าวจึงไม่เคยลืมตาอ้าปากได้เลย ตนอยากฝากให้ 7 พรรคฝ่ายค้านไปสะท้อนเรื่องราคาข้าว และการผูกขาดของพ่อค้าด้วย ทั้งนี้ เราในฐานะประชาชนในระบอบประชาธิปไตย วันนี้เราเคารพรัฐธรรมนูญ แต่หากมีโอกาส ช่วยแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ประชาชนสามารถพูด หรือสะท้อนความคิดเห็นและปัญหาได้ด้วย เราอยากให้รัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตย และอยากให้องค์กรภายใต้รัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตยด้วย เพราะวันนี้เราไม่ค่อยกล้าพูดอะไร เพราะเรากลัว

จากนั้นเวลา 12.00 น. คณะได้เยี่ยมชมศูนย์หัตถกรรมบ้านถวาย โดยผู้ประกอบการสะท้อนว่านักท่องเที่ยวลดลงจำนวนมากกว่า 80% มากว่า 5 ปีแล้ว วันหนึ่งแทบจะไม่ได้ขายผลิตภัณฑ์เลย ที่ขายได้ก็เป็นการขายให้กับลูกค้าประจำ บางคนถ้าสู้ไหวก็สู้ต่อแต่บางคนสู้ไม่ไหวก็เซ้งกิจการ หรือปิดกิจการไปเลย วันนี้ไม่ได้หวังว่าจะอยู่ดีกินดี แต่ขอให้พออยู่ได้แบบพอมีกินมีใช้ก็พอ

บทความก่อนหน้านี้ก้างตำคอ 31ส.ค.62 : โดย นายเสียม
บทความถัดไปแฟชั่นอินเทรนด์ จากอินเดีย