หน้าแรก การเมือง เพื่อไทย ร่อน...

เพื่อไทย ร่อนแถลงการณ์ จี้ คสช.คืนบรรยากาศประชามติที่ เสรีและเป็นธรรม

8.06.16 | 11:57 น.
แฟ้มภาพ

“เพื่อไทย” ร่อนแถลงการณ์ ชี้ ปัญหาปม ม.61 วรรคสอง จะนำไปสู่การมีรธน.ที่ไม่เป็นที่ยอมรับ พร้อมขอผู้เกี่ยวข้องคืนสิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็นให้ปชช.

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง คืนอนาคตประเทศไทย คืนประชามติที่อยู่ในบรรยากาศเสรี เป็นธรรม และเท่าเทียมกันทุกฝ่าย ว่า ตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ส่งคำร้องพร้อมความเห็น ต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่า มาตรา 61 วรรคสองของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ขัดหรือแย้งต่อมาตรา 4 ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 สาระสำคัญคือถ้อยคำที่กำหนดไว้ในมาตรา 61 วรรคสอง เป็นการบัญญัติกฎหมายที่กระทบต่อสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคบรรดาที่ชนชาวไทยเคยได้รับการคุ้มครองตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ได้ให้ความคุ้มครองไว้ พรรคพท.เห็นว่า การออกเสียงประชามติมีความสำคัญและมีความหมายอย่างยิ่ง เพราะเป็นการกำหนดทิศทางอนาคตของประเทศ และการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญต้องมีหลักประกัน 2 ประการ ได้แก่ 1. ต้องเสรี (Free) โดยประชาชนต้องมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่ ต้องเปิดโอกาสให้มีการให้ความเห็นและถกเถียงถึงข้อดีและข้อเสียของร่างรัฐธรรมนูญอย่างอิสระ และ 2. ต้องเป็นธรรม (Fair) โดยประชาชนทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญต้องมีโอกาสที่จะเผยแพร่/รณรงค์เสนอความคิดเห็นต่อสาธารณะได้อย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน

แถลงการณ์ระบุอีกว่า แต่ก็เป็นที่น่าเสียใจว่าก่อนหน้าและนับแต่ได้มีการนำเสนอ พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 เข้าสู่การพิจารณาของผู้มีอำนาจในปัจจุบัน ได้มีการสร้างบรรยากาศที่ไม่เอื้ออำนวยในการแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญ มีการชี้นำห้ามประชาชนกระทำการใดๆ โดยจะถือว่าเป็นความผิด ประหนึ่งว่าตนคือกฎหมายเสียเอง โดยเหตุดังกล่าวเนื้อความของกฎหมายนี้จึงมีการแปรญัตติตัดข้อความที่ควรเป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชนออก ใช้ถ้อยคำที่กำกวมยากจะเข้าใจได้ว่าสิ่งใดทำได้ สิ่งใดทำไม่ได้ เปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลยพินิจตีความการกระทำของบุคคลได้อย่างกว้างขวาง เพื่อปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นของประชาชน มิให้วิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญได้อย่างเสรี เป็นการใช้มาตรการทางกฎหมาย เพื่อจำกัดสิทธิ เสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน ซึ่งขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและหลักการของการทำประชามติ ในขณะเดียวกัน พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 ยังได้ให้อำนาจข้าราชการและบุคลากรฝ่ายรัฐสามารถรณรงค์/โน้มน้าวประชาชนให้รับร่างรัฐธรรมนูญได้อย่างเปิดเผย ในทางตรงกันข้ามประชาชนฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญกลับไม่สามารถแสดงความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญในลักษณะเช่นเดียวกันนั้นได้

“พรรคพท.เห็นว่า ปัญหาดังกล่าวจะนำไปสู่การมีรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้รับการยอมรับ ประชามติที่ขาดความชอบธรรม ดังนั้นฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจะต้องหาหนทางแก้ไขและหาข้อยุติโดยเร็ว พรรคพท.ขอเสนอให้รัฐบาลและ คสช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คืนสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญให้ประชาชนโดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ เพื่อให้เกิดบรรยากาศการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่เสรี (Free) และเป็นธรรม (Fair) อันเป็นที่ยอมรับของประชาชนทั้งในประเทศและนานาอารยประเทศต่อไป” แถลงการณ์ ระบุ