‘อนค.’ ติวเข้มคณะทำงานทั่วไทย ‘ธนาธร’ ลั่นพร้อมดันกฎหมายก้าวหน้าในสภาฯ

31.08.19 | 20:42 น.

“อนาคตใหม่​” ติวเข้ม “คณะทำงานจังหวัด” ทั่วประเทศ “ธนาธร” ลั่น​ พร้อมดันกฎหมายก้าวหน้าในสภาผู้แทน​ฯ​ เชื่อ​ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน-ยกเลิก​เกณฑ์ทหาร​ ทำงานร่วมฝ่ายรัฐบาล​ได้


เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ทีมประชาสัมพันธ์พรรคอนาคตใหม่​ เปิดเผยว่า ที่พรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่(อนค.)​ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค และนายศรายุทธ์ ใจหลัก ผู้อำนวยการพรรค ร่วมประชุมกับหัวหน้าคณะทำงานจังหวัดทั่วประเทศของพรรค ถึงทิศทางภาพรวมของพรรคอนาคตใหม่ทั้งในสภาผู้แทนราษฏร และนอกสภา โดยในช่วงแรกของกิจกรรมนายธนาธรได้อธิบายถึงจุดประสงค์การประชุมในวันนี้ บทบาทของคณะทำงานจังหวัด และทิศทางของพรรคอนาคตใหม่ พร้อมอธิบายโครงสร้างพรรคหลังจากการเลือกตั้ง และรายงานรายได้ค่าใช้จ่ายต่างๆ ของพรรคให้ผู้ร่วมอบรมได้รับทราบด้วย

นายธนาธร กล่าวว่า ทีมทำงานจังหวัดเป็นหน่วยที่สำคัญของพรรค พรรคจะเข้มแข็งหรือไม่ อยู่ที่การประสานงานระหว่างทีมงานจังหวัดและส่วนกลางของพรรค ส่วนงานในสภาฯในฐานะฝ่ายตรวจสอบรัฐบาลกำลังจะเริ่มต้น ส.ส. ของพรรคอนาคตใหม่ในขณะนี้ มีบทบาทในคณะกรรมาธิการด้านต่างๆ ไม่ว่าเกี่ยวกับความมั่นคง ราคาพืชผลการเกษตร สิทธิแรงงาน เด็กเยาวชนคนชรา หรือกลุ่มชาติพันธุ์ เป็นต้น และใน 1 กรรมาธิการจะมีสมาชิกของพรรคอนาคตใหม่นั่งอยู่ 2 ถึง 3 คน เราจะมีช่องทางตรวจสอบ เรียกหาข้อมูล สอบถามความคืบหน้า ในทุกๆด้าน​ อีกด้านหนึ่งคือการออกกฎหมาย ซึ่งเป็นงานที่สำคัญในสภาผู้แทนราษฎร หากมองย้อนกลับไป สภาฯในประเทศไทยแทบจะไม่เคยทำหน้าที่ออกกฎหมายเลย ส่วนใหญ่เห็นแต่การตั้งกระทู้ถามถึงรัฐมนตรีนั้นๆ แต่หน้าที่จริงๆคือ ออกกฎหมายที่จะทำให้ประเทศไทยเดินก้าวไปข้างหน้าได้ ออกกฎหมายที่จะทำให้ประเทศไทยเท่าทันโลก ออกกฎหมายที่จะแก้ไขปัญหาให้ประชาชน และออกกฎหมายที่จะกำจัดอุปสรรคที่จะพัฒนาประเทศ และนี่คือสิ่งที่อนาคตใหม่อยากจะนำมิติใหม่ทางการเมืองเข้าสู่สภา และตนเชื่อว่าพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)​คุ้มครองแรงงานและยกเลิกเกณฑ์ทหาร สามารถทำร่วมกับฝ่ายรัฐบาลได้

“ พรรคอนาคตใหม่ต้องคงอยู่คงทนกว่าผม หรือปิยบุตร การต่อสู้ใช้ระยะเวลานาน อาจใช้เวลาเป็น 10 ปี ขอให้สมาชิกทุกท่าน คณะทำงานทุกคน ส.ส.ทุกคนยึดมั่นในอุดมการณ์ อย่างคงมั่นตลอดไป” นายธนาธร กล่าว

Advertisement

ด้าน นายปิยบุตร กล่าวถึงงานในสภาผู้แทนราษฏรว่า พรรคอนาคตใหม่ได้มีการอภิปราย การปรึกษาหารือ การตั้งกระทู้ถาม การเสนอญัตติ การเสนอร่างกรรมาธิการและการร่างพ.ร.บ. ส่วนของการอภิปรายอย่างเช่นเรื่องข้อบังคับการประชุมสภา ซึ่งตอนนี้ได้ประกาศใช้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้านญัตติขอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ตอนนี้เราสามารถตั้งได้เพียง 2 คณะ คือเรื่องของราคาพืชผลการเกษตร และ การต่อสัญญาสัมปทานทางด่วน ซึ่งเรื่องของกรรมาธิการราคาพืชผลการเกษตรนั้นมีเป็นปกติอยู่แล้ว หากมองย้อนกลับไปทุกยุคของรัฐบาล การตั้งกรรมาธิการศึกษาเรื่องพืชผลการเกษตร จะมีเป็นลำดับแรกๆ เพื่อที่จะไปบอกกับชาวบ้านว่าจะมาแก้ปัญหา แต่ที่ผ่านมายังไม่มีพรรคไหนพูดถึงการจัดการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งตนคิดว่าหากไม่แก้เชิงโครงสร้างจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน สำหรับกรรมาธิการศึกษาพืชผลทางการเกษตรนั้น พรรคอนาคตใหม่ได้ส่งนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นแม่ทัพในกรรมาธิการนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปิยบุตร กล่าวอธิบายถึงการทำงานต่างๆ ในสภา อาทิ การปรึกษาหารือ การยื่นญัตติ และการทำงานของคณะกรรมาธิการต่างๆ รวมถึงการเตรียมเสนอร่างกฎหมาย โดย ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ในสองสมัยประชุมนี้ด้วย

“เรากำลังทำมติมหาชนให้ปรากฎอย่างเป็นทางการในสภาผู้แทนราษฎร เราจะทำให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลมีเสียงที่ดังมากขึ้นและดังมาถึงภายในสภาฯ เพราะประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจที่แท้จริง เราจึงต้องทำให้ประชาชนที่อยู่ใกล้และอยู่ไกลมีส่วนในการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ” นายปิยบุตร กล่าว

ด้านนายณัฏฐชัย วัฒนาเอี่ยมสกุล รักษาการหัวหน้าคณะทำงานจังหวัดเลย กล่าวว่า ทางทีมงานจังหวัดเลยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมระหว่างคณะทำงาน กรรมการ และทีมอาสา ซึ่งการทำงานของพรรคอนาคตใหม่จังหวัดเลย ใช้วิธีการพูดคุยกัน ถอดหัวโขนทิ้งไว้ข้างหลัง และนำความคิดของสมาชิกแต่ละคนโยนใส่ตระกร้า เพื่อระดมความคิดหาจุดลงตัวที่ดีที่สุดในการทำโครงการหรือการทำภาระกิจต่างๆให้ประสบความสำเร็จ อีกเรื่องหนึ่งคือการแบ่งบทบาทหน้าที่ให้ชัดเจน โดยการทำเป็นเอกสารประกาศว่าสมาชิกคนไหนมีขอบเขตการทำงานอย่างไรบ้าง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด แม้ว่าทีมคณะทำงานอนาคตใหม่จังหวัดเลยจะเป็นคนรุ่นใหม่ทั้งหมด เรายังต้องขอคำปรึกษาจากผู้ใหญ่ หรือผู้ที่มีประสบการณ์มากกว่าอยู่เสมอ เป็นการทำงานผสมผสานกันระหว่าง gen X กับ gen Y

ด้านนายอดิสัน ประพฤติสุจริต เลขาธิการหัวหน้าคณะทำงานจังหวัดสงขลา กล่าวว่า อุปสรรคในการทำงานของทีมจังหวัดสงขลา คือเรื่องของการประสานงานกับส่วนกลาง ซึ่งหากจะนำประเด็นสื่อสารบางอย่างไป อย่างเช่นปัญหายางพารา การประสานผ่านผู้ประสานงานของส่วนกลางจะทำให้ล่าช้า แต่ก็เข้าใจได้พรรคอนาคตใหม่มีเครือข่ายอยู่ทั่วประเทศ แต่สิ่งที่เป็นเรื่องที่ดีคือ ทางส่วนกลางได้มี ส.ส. รับเรื่องร้องเรียนโดยเฉพาะ และมีแบบฟอร์มซึ่งสามารถติดตามสถานะของเรื่องนั้นๆได้ตลอด นับว่าเป็นก้าวแรกที่ทำให้ระบบการสื่อสาร จากชาวบ้านผู้ประสบปัญหาต่างๆ ส่งเรื่องไปถึงพรรคอนาคตใหม่และนำเรื่องไปสู่ในสภาฯ ในที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่ายพรรคอนาคตใหม่ได้เปิดโอกาสให้หัวหน้าคณะทำงานจังหวัดต่างๆได้นำเสนอแลกเปลี่ยนวิธีการทำงานของแต่ละจังหวัด และกิจกรรมสุดท้าย พรรคอนาคตใหม่ได้จัดกิจกรรม workshop สำหรับแผนปฎิบัติงานแคมเปญรัฐธรรมนูญในระดับภาคอีกด้วย