ปธน.เกาหลี มอบเหรียญสันติภาพให้ทหารผ่านศึกไทย ซาบซึ้ง เกาหลีมีวันนี้ได้เพราะทุกท่าน
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยนางนราพร จันทร์โอชา ภรรยา ให้การต้อนรับนายมุน แช-อิน (H.E. Mr. Moon Jae –In) ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีและภริยา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล(Official Visit) โดยมีพิธีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศผสม บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า มีรัฐมนตรีให้การต้อนรับ ประกอบด้วย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทั้งนี้ ทันทีที่ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีและภริยา เดินทางมาถึง ฝนได้ตกลงมาเล็กน้อย ทำให้ต้องตรวจแถวกองทหารเกียรติยศผสม ท้ามกลางฝนตกปรอยๆ ก่อนเดินเข้าตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อลงนามในสมุดเยี่ยมของรัฐบาลและชมของที่ระลึก พร้อมหารือข้อราชการกลุ่มเล็ก จากนั้นเวลา 10.30 น. จึงมีหารือข้อราชการเต็มคณะ ที่ตึกภักดีบดินทร์
ต่อมาผู้นำทั้งสองได้ร่วมกันแถลงข่าว โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การเยือนครั้งนี้ นับเป็นการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของผู้นำเกาหลีใต้ในรอบ 7 ปี อีกทั้งเกิดขึ้นในปีที่ไทยเป็นประธานอาเซียน จึงเป็นนิมิตหมายอันดีสำหรับทั้งสองประเทศในการพัฒนาความสัมพันธ์เชิงหุ้นส่วนระหว่างกันให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรมและตอบสนองเป้าหมายและนโยบายของทั้งสองประเทศ รวมทั้งในการส่งเสริมเสถียรภาพและความมั่นคงของภูมิภาคโดยรวม
ข่าวรอบด้าน กับ Line@มติชนนิวส์รูม คลิกเป็นเพื่อนกัน ได้ที่นี่

จากนั้นเวลา 11.45 น. ผู้นำสองประเทศได้แถลงข่าวร่วมกัน โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายเห็นว่า ในสภาวะที่โลกกำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน โดยเฉพาะจากผลกระทบของสงครามการค้า จึงควรมองหาโอกาสและเพิ่มการลงทุนระหว่างกันในภูมิภาคให้มากขึ้น ควบคู่ไปกับการผลักดันการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค หรือ RCEP ให้บรรลุข้อสรุปภายในปีนี้ ในการนี้ ได้เชิญชวนให้ภาคเอกชนเกาหลีใต้เข้ามาลงทุนโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC ในสาขาที่มีความเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะยานยนต์ เทคโนโลยีชีวภาพ และดิจิทัล โดย EEC จะสามารถเป็นฐานรองรับการลงทุนเพื่อเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานไปยังประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและอาเซียน โดยผมได้เสนอให้ EEC และสานักงานส่งเสริมการค้าการลงทุนเกาหลี (KOTRA) พิจารณาจัดทำกรอบความร่วมมือระหว่างกันเพื่อรองรับการลงทุนของเกาหลีใต้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ด้านความร่วมมือด้านการเมือง ความมั่นคง และการทหาร ทั้งสองประเทศเห็นชอบเพิ่มปฏิสัมพันธ์และการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงมากขึ้น และพัฒนากลไกหารือทวิภาคีทางยุทธศาสตร์ ระหว่างกัน นอกจากนี้ ผมยินดีกับการลงนามความตกลงว่าด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่มีชั้นความลับร่วมกัน ซึ่งสะท้อนถึงความไว้เนื้อเชื้อใจระหว่างสองฝ่าย ขณะที่ด้านความร่วมมือในระดับประชาชน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต่อยอดความร่วมมือด้านนี้ ซึ่งเป็นรากฐานที่มั่นคงและโดดเด่นในความสัมพันธ์ไทย -เกาหลีใต้ ได้แก่ ความร่วมมือด้านภาพยนตร์และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การจัดตั้งศูนย์ศึกษาเกาหลีในไทยและการเรียนการสอนภาษาเกาหลีในไทย ซึ่งการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษาภาษาเกาหลี ซึ่งจะช่วยพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของไทยและเตรียมความพร้อมสาหรับการรองรับธุรกิจการค้าการลงทุนจากเกาหลีใต้ในอนาคต
“สำหรับแรงงานไทยที่เดินทางไปทางานในเกาหลีใต้นั้น ผมย้ำกับท่านประธานาธิบดีมุนฯ ว่า รัฐบาลไทยสนับสนุนให้แรงงานไทยเดินทางไปทางานในเกาหลีใต้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ภายใต้กรอบบันทึกความเข้าใจจัดส่งแรงงานไปทางานในเกาหลีใต้ตามระบบจ้างแรงงานต่างชาติระหว่างสองประเทศ ที่มีอยู่ และไทยพร้อมที่จะร่วมมือกับเกาหลีใต้เพื่อแก้ไขปัญหาแรงงานผิดกฎหมาย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ขณะที่นายมุน แช-อิน ได้กล่าวทักทายเป็นภาษาไทยก่อนแถลงว่า”สวัสดีครับ” โดยสร้างรอยยิ้มให้กับผู้อยู่ภายในห้องและกล่าวว่า ขอบคุณนายกฯและประชาชนชาวไทยที่ได้เชิญตนมาในฐานะผู้นำรัฐบาลกลุ่มแรกในรัฐบาลชุดใหม่ รวมถึงการต้อนรับที่อบอุ่น ตนมีความสนใจในภูมิภาคเอเซียอาคเนย์ เมื่อได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีได้ส่งทูตพิเศษมายังอาเซียน ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ รวมถึงตนได้สัญญาไว้ว่าจะเยือนอาเซียนให้ครบ 10 ประเทศตลอดวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี การเดินสายเยือนอาเซียนโดยเริ่มที่ประเทศไทยครั้งนี้ ถือว่ามีความหมายมาก เพราะได้ทำตามที่ตนสัญญาไว้
นายมุน แช-อิน กล่าวว่า ประเทศของเราทั้งสองมีมูลค่าการค้าร่วมกัน 14,100 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือว่ามากที่สุดในประวัติการณ์ นอกจากนี้การเดินทางไปมาหาสู่กันระหว่างประชาชนทั้ง 2 ประเทศ มีมากกว่า 2,360,000 คน การพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเริ่มต้นมาจากการเสียสละของทหารผ่านศึกไทย ที่ออกไปเป็นประเทศแรกในเอเซียช่วยเกาหลีที่ตกอยู่ในภาวะคับขัน ในฐานะผู้แทนประชาชนเกาหลี ตนขอแสดงความคารวะต่อทหารผ่านศึกทุกท่าน ตนเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของเราทั้งสองแน่นแฟ้นมากขึ้นในไมตรีจิต และความไว้วางใจที่เราได้ผูกพันกัน
“การเจรจาในวันนี้ ท่านนายกฯกับตนเห็นพ้องต้องกันว่า เราจะมุ่งสู่อนาคตแห่งสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน ในความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ซึ่งกันและกัน ประการแรกเราเตรียมการปฏิวัติยุคอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 โดยขยายมิติความร่วมมือทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมอนาคต เราให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐาน การบริหารจัดการน้ำและสิ่งแวดล้อม เราตกลงกันว่าจะกระชับความร่วมมือในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และอุตสาหกรรมไบโอ เป็นต้น เราจะเชื่อมโยงนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่นายกฯกำลังผลักดันและดำเนินการเพื่อรองรับอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 โดยผนวกกับนโยบายของประเทศเกาหลี ซึ่งจะสามารถพัฒนาไปสู่อนาคตแห่งนวัตกรรมได้
ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี กล่าวว่า รวมถึงความร่วมมือสตาร์อัพและดิจิทัล ความร่วมมือในด้านวิทยาศาสตร์ประยุกต์ เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ และดาวเทียม เป็นเทคโนโลยีที่สำคัญในอุตสาหกรรมการแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกาหลีเป็นประเทศที่ 3 ในโลกที่กำเนิดแสงซินโครตรอน ดังนั้นเกาหลีจึงมีความประสงค์ที่จะเข้าร่วมในโครงการเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนที่ไทยกำลังดำเนินการ
ทั้งนี้ จะส่งเสริมให้ประชาชนทั้ง 2 ประเทศใกล้ชิดมากขึ้น ซึ่งชาวไทยไปเกาหลีใต้มากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน ส่วนชาวเกาหลีมาท่องเที่ยวในไทย 1,800,000 คน ในส่วนของบริษัทเกาหลีที่มาดำเนินกิจการในไทยมีมากกว่า 400 แห่ง ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมสร้างความเจริญรุ่งเรืองของประเทศทั้งสอง เราเห็นพ้องต้องกันว่า เมื่อเราใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น เราจะวางรากฐานนโยบายเพื่อให้ประชาชนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข และเราจะกระชับความร่วมมือกันเพื่อสันติภาพและความมั่นคงในคาบสมุทรเกาหลี รวมถึงเอเชียตะวันออกและโลก
ตนมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการคุ้มครองข่าวสารทางทหารที่มีชั้นความลับร่วมกัน จะทำให้เราสามารถยกระดับความมั่นคง ความร่วมมืออุตสาหกรรมการป้องกันระหว่างประเทศ เพื่อความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ตนได้ชี้แจงวิสัยทัศน์ของรัฐบาลเกาหลีในการสร้างเศรษฐกิจเชิงสันติภาพ โดยการปลดอาวุธนิวเคลียร์และการสร้างสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งจะนำไปสู่ความผาสุกร่วมกันของเอเซียตะวันออก ซึ่งนายกฯไทยได้สนับสนุนนโยบายดังกล่าว
ผู้นำทั้ง 2 ประเทศจะร่วมมือกันอย่างดีที่สุดในการจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนสาธารณรัฐเกาหลีในสมัยพิเศษ ในการประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงและเกาหลี ครั้งที่ 1 เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีและอาเซียน ซึ่งจะเป็นต้นแบบของความร่วมมือ โดยมีประเทศไทยเป็นผู้นำและประเทศเกาหลีเป็นหุ้นส่วนในการพัฒนา ถือเป็นการบุกเบิกแนวทางใหม่ในการร่วมมือเพื่อประโยชน์ของประเทศลุ่มน้ำโขงและเกาหลี สุดท้ายนี้ขอขอบคุณการต้อนรับของนายกฯและประชาชนชาวไทยอย่างอบอุ่นและหวังว่าจะได้พบกันอีกครั้งที่เมืองปูซาน ในเร็ววันนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังแถลงข่าวร่วมเสร็จ นาย มุน แช-อิน ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีและภริยา ได้พบกับอดีตทหารผ่านศึกในสงครามเกาหลีระหว่างปี 1953 โดยเฉพาะ พันเอก(พ.) อาภรณ์ วุฑฒกนุก ทหารร่วมรบสงครามเกาหลี 1952-1953 โดยประธานาธิบดีได้เข้าทักทายและกล่าวขอบคุณทหารผ่านศึกที่ได้ร่วมรบ พร้อมมอบเหรียญสันติภาพ และของที่ระลึก กับตัวแทนทหารผ่านศึกทั้ง 10 คนและทายาทอีก 2 คน อย่างเป็นกันเอง โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น ทั้งนี้ ประธานาธิบดีเกาหลี กล่าวว่า ขอมอบเหรียญสันติภาพในฐานะตัวแทนประชาชนชาวเกาหลีทุกคน ประเทศเกาหลีเป็นไปอย่างทุกวันนี้ได้ เพราะความเสียสละของทุกท่าน
จากนั้น นายกรัฐมนตรี เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อเป็นเกียรติแก่ นายมุน แช-อิน (H.E. Mr. Moon Jae –In) ประธานาธิบดีสาธาณรัฐเกาหลีและภริยา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล (Official Visit) ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล



