น.2รายงาน : รุกปรับสถานะทางยุทธศาสตร์ ลดอิทธิพลตะวันตก รับมือเทรดวอร์‘จีน-มะกัน’

หมายเหตุ พรรคเพื่อไทย (พท.) ร่วมกับสถาบันสร้างไทยจัดสัมมนาเรื่อง “ผลกระทบของสงครามทางการค้าจีน-สหรัฐ สถานะทางยุทธศาสตร์และการรับมือของไทย” มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองหัวหน้าพรรค พท. นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และ ดร.เซียง ปิง คณบดีผู้ก่อตั้งสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจเฉิงกง ประเทศจีน ร่วมเสวนาที่พรรค พท. เมื่อวันที่ 2 กันยายน

ดร.เซียง ปิง
คณบดีผู้ก่อตั้งสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจเฉิงกง ประเทศจีน

ประเทศจีนเริ่มพัฒนามาตั้งแต่ปี ค.ศ.1978 คนร่ำรวยในประเทศเกิดขึ้นทุก 5 ปี การเปลี่ยนถ่ายเกิดการจากการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เราประสบความสำเร็จในการส่งออก และการลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะบริษัทเกี่ยวกับมือถือซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก แต่เรายังมีข้อจำกัดค่อนข้างมากในประเทศของเราเช่นกัน เช่น เรื่องแนวคิดระหว่างจีนกับอเมริกา

อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างอยู่ในรูปแบบเดียวไม่ได้ เราต้องมีความหลากหลาย เราต้องส่งเสริมให้มีความหลากหลาย เราต้องเรียนรู้ที่จะเดินก่อนที่จะวิ่ง เพื่อนผมหลายคนในประเทศจีนทำเงินได้มากมาย เนื่องจากสามารถคัดลอกวิธีการดำเนินการ และการจัดการจากผู้ที่ประสบความสำเร็จได้

นอกจากนี้ จีนแข่งขันด้านราคา ไม่ได้แข่งขันด้านคุณค่าของผลิตภัณฑ์ ประเมินทุกอย่างจากค่าใช้จ่าย ทำให้สินค้าแบรนด์ของจีนมีราคาถูกกว่าสหรัฐ ต้องให้สหรัฐและญี่ปุ่นช่วยในเรื่องของเทคโนโลยี ไม่ใช่มาบ่นอย่างเดียว ขณะเดียวกันต้องยอมสละเรื่องสิ่งแวดล้อม จะปล่อยให้คนท้องหิว แต่ไปรักษาสิ่งแวดล้อมมันก็ไม่ใช่ ประเทศจีนอยากช่วยให้ไทยไม่เจอปัญหา และปรับเปลี่ยนตรงนี้ได้

ที่บอกว่าบริษัทสหรัฐยิ่งใหญ่ ต้องบอกเลยว่ายิ่งใหญ่เพราะมีจีนเข้าไปผลักดัน เรายอมรับนับถือเพื่อนสหรัฐเพราะมีนวัตกรรม เช่น กูเกิล เฟซบุ๊ก แต่เขาต้องยอมรับนับถือคนอื่นบ้าง อย่ามองข้ามทุกคน มีบริษัทจีนหลายบริษัทที่พยายามบุกตลาดสหรัฐ แต่ถูกสกัดกั้นไว้ จีนมีความหวังอยากจะมีเพิ่มอีก แต่ก็มีกำแพงบางอย่าง เช่น เรื่องศักยภาพในการจ่ายค่าแรงขั้นต่ำ จะแก้ปัญหาตรงนี้ได้อาจต้องใช้เวลา 10-20 ปี เลยทีเดียว

ผมนับถือประธานบริษัทหัวเว่ยมาก เพราะนวัตกรรมต่างๆ ออกมาจากบริษัทหัวเว่ยจำนวนมาก ทั้งนี้ บริษัทของจีนมีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบครอบครัว หรือรัฐวิสาหกิจ แต่เรามีปัญหาเรื่องรายได้ที่ไม่เท่าเทียมสูงมาก

ความสำเร็จของจีนมีปัจจัยหลายอย่าง ตั้งแต่ยุคประธานเหมา เจ๋อ ตุง เรามีประชากรจำนวนมาก ยกระดับสถานะของเพศหญิง ให้ผู้หญิงเปรียบเสมือนนางฟ้า เปิดโอกาสให้ผู้หญิงเข้ามามีบทบาททางเศรษฐกิจ ต่อมาสมัยเติ้ง เสี่ยว ผิง มีการเปิดประเทศ มีชาวต่างชาติเข้ามาทำงานในจีนเพิ่มมากขึ้น มีบริษัทเอกชนมากขึ้น ทำให้เกิดการจ้างงานสูงขึ้นกว่า 80%

สำหรับการเมือง ชนชั้นปกครองคือชนชั้นนำของสังคม และคนกลุ่มนี้จะต้องเรียนรู้ และปรับตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถบริหารงานได้ ดังนั้น คนที่เก่งและฉลาดที่สุดจะมาทำงานให้รัฐบาล อันนี้อิงตามหลักขงจื๊อ แต่ถ้ายึดตามหลักนี้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ จะไม่สามารถมาเป็นผู้นำได้เลย

นอกจากนี้ เรายังใช้ระบบคุณธรรมในการขับเคลื่อนสิ่งต่างๆ ด้วย โชคดีมากที่ปัจจุบันโลกมีสันติภาพ ทั้งนี้ อนาคตของจีน ผมมองเห็นโอกาส ยังคงก้าวตามเทคโนโลยี ต่อไปจะไปสู่ยุคของ AI จีนกับสหรัฐจะแข่งขันกัน มีแค่ที่ 1 กับที่ 2 จะไม่มีที่ 3 ซึ่งจีนจะต้องพัฒนาต่อไปอีกมาก และจะต้องเปิดเสรี และลดทอนกฎระเบียบลงอีกจำนวนมาก

ถ้าดูการเปลี่ยนถ่ายของโลก ดูประวัติศาสตร์ ประเทศจีนและสหรัฐจำเป็นที่จะต้องทำงานร่วมกัน ต้องรับผิดชอบต่อมนุษยชาติ ผมไม่มีคำตอบให้กับทุกเรื่อง แต่ในอนาคตเราต้องเปิดใจ และต้องมีระบอบประชาธิปไตยที่ไม่ใช่คนคนเดียวเป็นผู้นำ เพื่อให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจแบบก้าวหน้า ผมยังมองเห็นโอกาสในการค้าร่วมกันระหว่างจีนกับอาเซียน และจะส่งผลต่อระบบการค้าทั่วโลกด้วย

ผมคิดว่าโลกตะวันตกมีอิทธิพลในด้านต่างๆ มาเป็นเวลานาน ผู้นำโลกตะวันตกก็มีอิทธิพล นี่คือการควบคุมโลกโดยอิทธิพลทางเดียว ดังนั้น โลกทางฝั่งเอเชียจะต้องมีบทบาทให้มากขึ้น จีนมีภูมิปัญญา โลกตะวันตกกับโลกตะวันออกต้องทำงานร่วมกันในการแก้ปัญหาของโลก

กิตติรัตน์ ณ ระนอง
รองหัวหน้าพรรค พท.และอดีตรองนายกฯ

ช่วงปี 2554 รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พยายามปรับเปลี่ยนสมดุลทางเศรษฐกิจ แต่หลายเรื่องต้องสะดุด แม้แต่ระบบคมนาคม หรือการบริหารการจัดการน้ำ ทำให้การปรับเปลี่ยนต่างๆ ไม่เกิดขึ้นอย่างที่ตั้งใจไว้ หากวันนี้จะมีการปรับเปลี่ยนรวดเร็วแบบการหักหัวรถฉับพลันอาจส่งผลกระทบต่อคนจำนวนมาก

วันนี้เรื่องคนรายได้น้อย ต้องได้รับการับการจัดการที่ดี ไม่ใช่เพียงแค่เอาเงินใส่ลงไปในบัตรคนจน แต่ควรมียุทธศาสตร์ที่ดี จะจ่ายเงินให้ผู้มีรายได้น้อยมากกว่านี้ 10 เท่าก็ทำได้ แต่คนรับเงินต้องมีภารกิจที่จะดำเนินการอะไรบางอย่างเพื่อให้เงินงอกเงย

ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะเคลื่อนต่อไปอีก แต่ต้องมียุทธศาสตร์ที่ดี เช่น การปรับโครงสร้างภายใน การปรับยุทธศาสตร์การเงินการคลัง ถ้าคิดและทำแบบเดิมๆ ผลลัพธ์ก็จะเดิมๆ แต่หากปรับเล็กๆ น้อยๆ ผลลัพธ์ก็จะดีขึ้นเล็กๆ น้อยๆ แต่หากคิดให้แตกต่างจะมีโอกาสเพิ่มมากขึ้น

ผมอยากบอกจีนว่า ถ้าจีนเอ่ยกับสหรัฐว่า หากคุณช่วยเรา เราจะช่วยคุณ มันคือการยอมรับ และช่วยเหลือกันในด้านธุรกิจ แทนที่จะมาสู้กัน โดยสร้างกำแพงการค้า ประเทศที่มีผลกับ 2 ประเทศกำลังรบกัน มันเป็นเรื่องใหญ่ที่ทุกคนบนโลกควรมีสิทธิห่วงได้

วันนี้ประเทศไทยต้องปรับเรื่องค่าแรงขั้นต่ำ ขณะเดียวกันต้องยกระดับสินค้าให้มีคุณภาพขึ้นเพื่อให้มีมูลค่าที่สูงขึ้น ผลตอบแทนที่คนทำงานจะได้รับก็จะสูงขึ้นด้วย

นอกจากนี้ แทนที่จะแจกเงินโดยให้ลงทะเบียนเพื่อให้ไปเที่ยวเมืองรอง เราได้พัฒนาหรือสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ขึ้นมาบ้างหรือไม่ ได้ทำให้การท่องเที่ยวสะดวก ไปแล้วกลับมาอีกบ้างหรือไม่ ควรปรับปรุงสิ่งดึงดูด และมาตรฐานความปลอดภัย

กรณีราคาสินค้าเกษตร ผมยังยืนยันว่าโครงการรับจำนำข้าวนั้นดีที่สุด เพราะเงินลงไปถึงประชาชนโดยตรงทุกบาท ทุกสตางค์ ขณะเดียวกันยังมีพืชทางเศรษฐกิจอื่นๆ อีก เช่น ปาล์ม ที่เอามาทำเป็นน้ำมันได้

ประเทศไทยมีป่าเสื่อมโทรม 60-70 ล้านไร่ พรรค พท.เสนอให้ดึงกลับมาเป็นป่าจริงๆ ทำให้ป่ามีแต่ไม้มีค่า เวลาผ่านไปมันจะกลายเป็นมูลค่า นอกจากนี้ ควรนำระบบที่มีมาประยุกต์ให้กับภาคเกษตรด้วย เพื่อเพิ่มการจ้างงานจ้างคนในภาคการเกษตร และเพิ่มมูลค่าให้สินค้าและภาคการเกษตรได้ด้วย

อนุสรณ์ ธรรมใจ
อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

วันนี้ประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหา และความผันผวนทางเศรษฐกิจอย่างมาก การบริหารงานของรัฐบาล คสช.ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้มีการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ทำให้ประเทศเกิดความเหลื่อมล้ำอย่างมาก

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีการผูกขาดทั้งอำนาจทางการเมือง และอำนาจทางเศรษฐกิจที่ยิ่งตอกย้ำให้เกิดความเหลื่อมล้ำมากขึ้น จึงพยายามร่วมมือกันหาทางออก และกำหนดยุทธศาสตร์ว่าจะแก้ปัญหาที่มีผลมาจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนอย่างไร โดยพยายามทำให้พรรคการเมือง เป็นสถาบันทางการเมืองที่จะเข้ามาแก้ปัญหาให้กับประชาชนอย่างแท้จริง

ผลกระทบทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกแน่นอน เรื่องนี้เป็นมากกว่าสงครามทางการค้า เพราะส่งผลกระทบกับคนระดับล่างของสหรัฐที่ปรับตัวไม่ได้จากการเปลี่ยนแปลง จึงได้ผู้นำแบบนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่มีแนวคิดแบบขวาจัด ทำให้มีนโยบายอเมริกันเฟิร์ส เป็นแนวความคิดแบบอำนาจนิยม สวนทางกับความคิดของจีนที่ต้องการขยายช่องทาง เปิดประเทศ และตีตลาดใหม่ๆ แต่จีนเรียนรู้ที่จะก๊อบปี้เพื่อนไปต่อยอดทำให้พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด

หลายเดือนที่ผ่านมา จีนไม่ยอมถอย สหรัฐก็ไม่ยอมถอย ตอบโต้กันโดยการขึ้นภาษีไปมา ส่วนหนึ่งเป็นสินค้าที่ไทยส่องออกไปจีน ส่งผลให้การส่งออกของไทยลดลงอย่างเห็นได้ชัด

สถานะทางยุทธศาสตร์ของประเทศไทยเป็นเรื่องสำคัญ คนจำนวนมากรวมถึงผมฝากความหวังไว้กับพรรคเพื่อไทย ที่มีบุคลากรด้านเศรษฐกิจจำนวนมากในการขับเคลื่อนเรื่องทางยุทธศาสตร์เพื่อประเทศไทย

4-5 ปีที่ผ่านมารัฐบาลภายใต้อำนาจ คสช.ไม่ได้ทำอะไรจริงจังเพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ต้องพึ่งพาต่างประเทศ และอาศัยการส่งออกมากเกินไป ทั้งที่ต้องพึ่งพากำลังซื้อภายในประเทศให้มากขึ้น แต่กำลังซื้อในประเทศจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าคนในประเทศยังมีฐานะและรายได้ไม่ดี ดังนั้น จำเป็นต้องมีแนวทางและนโยบายที่ดีเกิดขึ้นให้ได้

ต้องทำให้ประเทศมั่นคง ทำการเมืองให้เข้มแข็ง ด้วยรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย ต้องแก้รัฐธรรมนูญให้สมบูรณ์ ปกครองโดยกฎหมายตามหลักนิติรัฐ นิติธรรม ประเทศไทยต้องมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจน พรรคการเมืองต้องพัฒนาให้มีองค์ความรู้ และทำงานกับฝ่ายวิชาการ พรรคการเมืองควรเป็นองค์กรที่เข้มแข็ง ยึดโยงกับประชาชน

ที่ผ่านมาประเทศไทยไม่เคยขยับทำอะไรจริงจังได้ เพราะเป็นรัฐแบบราชการ ไม่มีการดึงการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อนำมาทำเป็นยุทธศาสตร์เลย วันนี้โจทย์เปลี่ยนไปมาก ต้องมีอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ เป็นเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนให้สำเร็จ

การจะดึงศักยภาพของประเทศไทยขึ้นมาได้ ทั้งที่มีศักยภาพนั้น ต้องทำให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยทางการเมือง และประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ ผมเสนอให้มีประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ ต้องลดอำนาจการผูกขาด เปิดพื้นที่การแข่งขันเพื่อให้ศักยภาพที่ประเทศไทยมีถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่

บทความก่อนหน้านี้หนีคดีมา 19 ปี ให้เพื่อนยืมจยย.ไปฟันอริ โดนกองปราบรวบแล้ว
บทความถัดไปชาวเน็ตแห่อวยพรวันเกิด ‘โดราเอมอน’ ในวัย 50 ปี “ขอให้มีความสุขนะเจ้าอ้วน”