ดราม่าเพลง 7 สิงหา ประชามติฯ ‘สัญญาลักษณ์ ดอนศรี’ เปิดใจแค่รับจ้าง – ไม่ได้รับใช้ ‘กกต.’

สัญญาลักษณ์ ดอนศรี - ก้อง ห้วยไร่ จากเพลง 7 สิงหาฯ

จากกรณีเพลงรณรงค์การออกเสียงประชามติ ‘7 สิงหา ประชามติร่วมใจ ประชาธิปไตยมั่นคง’ ซึ่งเผยแพร่โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักว่า เนื้อหามีความไม่เท่าเทียม โดยเฉพาะท่อนของภาคอีสานที่ขับร้องโดยก้อง ห้วยไร่ – ก้องหล้า ยอดจำปา  และภาคเหนือ ขับร้องโดยหลิว – อาราดา พรหมพฤกษ์ เนื่องจากฟังแล้วให้ความรู้สึกว่าประชาชนในพื้นที่นั้นต้องอย่าให้ใครชักจูง ชี้ซ้ายขวา ต้องใช้สติพิจารณา ไม่เหมือนกับภาคใต้ที่ร้องโดย บ่าววี – พ.จ.อ.วีรยุทธิ์  นานช้า เนื้อเพลงกลับบอกว่า “ปักษ์ใต้คนใต้แหลงใต้ รักประชาธิปไตย รักความเสรี ไปลงประชามติ เป็นพลเมืองดี หน้าที่ของชาวไทย”

ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ‘มติชนออนไลน์’ จึงได้ติดต่อไปยังนายสัญญาลักษณ์ ดอนศรี นักแต่งเพลงชื่อดัง ซึ่งเป็นผู้แต่งเนื้อร้องและทำนองเพลงนี้ และขณะนี้อยู่ระหว่างการอุปสมบท ได้เปิดเผยถึงความเป็นมาของการแต่งเพลงรณรงค์ 7 สิงหาฯนี้ว่า อาจารย์ประยงค์ ชื่นเย็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ได้รับงานนี้มาจาก กกต. และให้ตนเป็นคนแต่ง โดยกกต. มีโจทย์อยู่แล้วว่า เพลงนี้ตั้งใจว่าประชาชนจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญก็ขอให้ใช้วิจารณญาณของตน ให้ศึกษารัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างถ่องแท้ อย่าให้ใครมาชักจูง ชี้นำ

 “เนื้อที่บอกว่าพี่น้องอีสานบ้านเฮา อย่าให้ใครเขาชี้ซ้ายชี้ขวา เจตนาผู้แต่งคือ ร่างรัฐธรรมนูญนี้มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ประชาชนอยู่ตรงกลาง ดังนั้น ต้องมีคนที่ชี้นำอยู่แล้ว คนที่อยากให้รับก็เป็นรัฐบาล ส่วนที่ไม่อยากให้รับก็เป็นฝ่ายตรงข้าม กกต.อยู่ตรงกลางก็ต้องทำให้ประชาชนทั้งหมดรู้ว่าอย่าไปเชื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่ได้มีความคิดว่าคนเหนือ คนอีสาน อย่าให้ใครมาชักจูงนะ เนื้อหาเราเป็นกลาง แต่ไปโดนเหนือ อีสาน โดยบังเอิญ” นายสัญญาลักษณ์กล่าว

พร้อมทั้งยืนยันว่า  เข้าใจว่าเรื่องนี้มีความอ่อนไหว คนที่ไม่เห็นด้วยก็ว่าแต่งเพลงรับใช้กกต. ซึ่งไม่ได้รับใช้ ตนรับจ้าง โดยกว่าจะบันทึกเสียงก็มีการปรับแก้ 7-8 รอบ เนื่องจาก กกต. กลัวเนื้อหาจะไปเข้าข้างรัฐบาลจึงพยายามทำให้มีความเป็นกลางมากที่สุด เวลาประชุมเลยได้มีผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมาย ทางภาษามาร่วมด้วย  ส่วนตนที่ไม่ได้เข้าประชุมด้วยก็มีการพูดคุยผ่านไลน์

 “ทุกคำ กกต. รอบคอบพอ ผมก็รอบคอบพอ เป็นไม่ได้ที่ อ.สัญญาลักษณ์จะดูถูกคนภาคตัวเอง และคนภาคอื่น”

อย่างไรก็ตาม นายสัญญาลักษณ์ กล่าวด้วยว่า แต่งเพลงนี้ด้วยความบริสุทธิ์ใจและอยากรับใช้บ้านเมือง โดยต้องใช้เวลาเกือบเดือนในการแต่งและปรับปรุงแก้ไข จึงไม่อยากให้นำเพลงไปเป็นประเด็นการเมือง ถ้าอยากให้บ้านเมืองปรองดองก็อย่าใช้จินตนาการไปต่อยอดเอง โดยเมื่อวานหลังเกิดประเด็นดราม่าทางกกต. ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจมีการเรียกประชุมด่วน แต่ทุกอย่างทำดีที่สุดแล้วจึงไม่ได้มีการปรับแก้หรือรู้สึกผิด

 “เพลงต้องโยงไปหากัน ผมยืนยันว่าเพลงนี้ไม่ได้รับใช้ กกต. ตอนนี้สถานการณ์บ้านเมืองมันมีสงครามช่วงชิงประชาชน กกต.ก็บอกว่าอย่าให้ใครมาชี้นำ อ่านให้เข้าใจถ้าพอใจกํบรับ ถ้าพอใจก็ไม่รับ อยากให้ดูที่เจตนา ส่วนเพลงที่เลือกท่อนเหนือ อีสาน ผมดูความลงตัวของฉันทลักษณ์เป็นหลัก  ผมทำเป็นร้อยกรอง อันไหนลงตัวก็หยิบมา ตอนแต่งไม่ได้เฉลียวใจเลย ไม่คิด แค่ให้มันลงฉันทลักษณ์ เจตนาคือต้องการประสานดนตรี กลาง อีสาน เหนือ ใต้ให้สอดกันได้ ดนตรีนี้โดดไปหรือเปล่า” นายสัญญาลักษณ์กล่าว

ขณะเดียวกันนายสัญญาลักษณ์ก็บอกว่า “เรื่องนี้ผมไม่ได้บทเรียนอะไร บทเรียนผมหนักตั้งแต่แดง จิตกร (สมจิตร เกตุภูเขียว) ผมผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ ผมเป็นครู ทำงานสื่อมาก่อน ไม่ได้ทำเสียหายอะไร มีข้ออ้าง มีเหตุผลอธิบายประชาชน สบายใจมาก”

นอกจากนี้นายสัญญาลักษณ์ได้กล่าวด้วยว่า หลังจากแต่งเพลงดังกล่าวเสร็จก็มีผู้หลักผู้ใหญ่ รวมถึงคสช. ติดต่อให้ทำเพลงให้ โดยจะเข้าไปพูดคุยอีกครั้งเพื่อดูความเหมาะสม ดูเนื้อหาก่อน เพราะถึงจะเป็นนักแต่งเพลงแบบมือปืนรับจ้างแต่ไม่ใช่จะยิงอย่างเดียวต้องดูความเหมาะสมด้วย

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กรมป่าไม้จับมือมูลนิธิสืบฯพัฒนาผืนป่าตะวันตก ‘ชลธิศ’เผยทำต่อเนื่องถึง 31 ธ.ค.62
บทความถัดไปกกต.ไม่หนุนองค์กรเอกชนเข้าสังเกตการณ์ประชามติ แนะใช้แอพตาสับปะรดแทน