หน้าแรก การเมือง “บิ๊กตู่”เตือ...

“บิ๊กตู่”เตือนเยาวชน อย่าฟังคนบอกจะรื้อทุกอย่าง เขาพูดเลอะเทอะ ขออย่าทิ้งอัตลักษณ์ไทย

4.09.19 | 16:40 น.

“บิ๊กตู่” เตือนเยาวชน อย่าฟังคนที่บอกจะรื้อทุกอย่าง เขาพูดเลอะเทอะ ถามเด็กอาชีวะ ได้ไปเลือกตั้งไหม


เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 กันยายน ที่ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน โดยก่อนการประชุมร่วมกับผู้ว่า 17 จังหวัด นายกรัฐมนตรี ได้พบปะกับกลุ่มนักเรียนวิทยาลัยอาชีวะ สาขาอาหารและโภชนาการ จ.พิษณุโลก ที่มาจัดทำอาหารว่างให้การต้อนคณะของนายกรัฐมนตรีและผู้ว่าราชการ 17จังหวัด โดยนายกฯ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้มาพบกันในวันนี้ ขอให้ทุกคนในฐานะคนรุ่นใหม่ได้ช่วยกัน ในส่วนของนายกรัฐมนตรี จะต้องทำงานให้กับคนทั้งรุ่นใหม่และรุ่นเก่า เพราะวันนี้เราไม่สามารถทิ้งคนรุ่นเก่าได้เนื่องจากทุกอย่างมีการศึกษาต่อเนื่อง มีประวัติศาสตร์ของชาติ และขอทุกคนอย่าทิ้งอัตลักษณ์ความเป็นไทย หากจะมีใครบอกว่ารื้อและทำใหม่ทั้งหมด คงเป็นไปไม่ได้ อย่าไปฟังใคร เขาพูดเลอะเทอะ ที่อยู่ตรงนี้มีใครพูดหรือไม่ ขณะที่เด็กนักเรียนอาชีวะตอบว่า ไม่มี

จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้ถ่ายภาพร่วมกับนักเรียนอาชีวะฯ เป็นที่ระลึก พร้อมถามนักเรียนด้วยว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมา ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันหรือเปล่า ซึ่งเด็กนักเรียนกล่าวตอบว่าเพิ่งจะอายุ 18 เลยไม่ได้ไปใช้สิทธิ์

จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวมอบนโยบายว่า ขอกำชับเรื่องพื้นที่กักเก็บน้ำ โดยให้หาแนวทางคุยกับเอกชนที่มีพื้นที่ เพื่อจัดทำทำพื้นที่กักเก็บน้ำในโครงการต่างๆเพื่อบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะในลุ่มน้ำยมพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดสุโขทัย หากโครงการใหญ่ดำเนินการได้ยาก ก็ต้องเร่งดำเนินการในโครงการเล็กไปก่อน เพื่อให้สามารถได้ประโยชน์ในภาพรวม พร้อมทั้งจะต้องหาแนวทางในการบริหารจัดการน้ำอย่าให้เกิดการระบายน้ำทิ้งอย่างเดียว แต่ต้องเอาน้ำกลับมาใช้ประโยชน์ทางด้านพื้นที่การเกษตรด้วย อย่างไรก็ตามรัฐบาลมีโครงการช่วยเหลือระยะสั้นประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เช่น การฝึกอาชีพหลังน้ำลด เพราะนอกเหนือจากการบริหารจัดการน้ำแล้วรัฐบาลต้องการให้ประชาชน ต้องดูในเรื่องของการประกอบอาชีพที่สามารถสร้างรายได้และเป็นที่ต้องการของตลาดไม่ว่าจะเป็นชนิดของพืชหรือการปศุสัตว์ ส่วนเรื่องงบประมาณโครงการไหนถ้ายังไม่มีงบประมาณรัฐบาลก็พยายามจะจัดหางบให้ ทั้งนี้รู้สึกเสียใจกับการสูญเสียของประชาชน ซึ่งรัฐบาลจะดูแลอย่างเต็มที่ตามระเบียบ

Advertisement

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในหลวง รัชกาลที่ 10 ทรงห่วงและมีพระราชกระแสรับสั่งมาโดยตลอด ให้ดูแลประชาชนให้ดีที่สุด

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ตอนนี้ปัญหาสำคัญลำน้ำยมคือไม่สามารถสร้างเขื่อนใหญ่ได้ อย่างเช่นเขื่อนแก่งเสือเต้น ดังนั้น จึงต้องไปมองหาวิธีการสร้างเขื่อนเล็กๆแทน แต่ตอนนี้ต้องดูเรื่องของการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งกระทรวงการคลังมีหลักเกณฑ์อยู่แล้ว พร้อมขอย้ำว่าข้าราชการระดับจังหวัด จะต้องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ต้องมีข้อมูลที่ชัดเจน ส่งให้กลับรัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดจะต้องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการประชาสัมพันธ์แจ้งข่าวให้กับประชาชน ล่วงหน้าพร้อมจัดเตรียมการดูแลประชาชนรองรับด้วย

ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ถือว่ามีการสูญเสียมาก จึงได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัด ใช้กลไกที่มีแจ้งเตือนประชาสัมพันธ์ประชาชน ขณะเดียวกันประชาชนจะต้องไม่ประมาท เช่นการเข้าไปในพื้นที่น้ำไหลแรงแล้วถูกน้ำพัดเสียชีวิต โดยที่จังหวัดร้อยเอ็ดเสียชีวิต 4 คนขอนแก่น 3 คน นอกจากนี้ยังมีความเสียหายของอาคารบ้านเรือน ในส่วนของความพร้อมได้สั่งทุกจังหวัดให้มีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า มีการประสานงานที่ชัดเจน และเตรียมความพร้อมพายุลูกใหม่ที่อาจจะมีเข้ามาให้เกิดการทำงานต่อเนื่อง และจะต้องมีการเตรียมความพร้อมไปยังพื้นที่แนวลุ่มน้ำเจ้าพระยาด้วย และต้องประสานงานกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สทนช. ในการบริหารจัดการน้ำภาพรวมด้วย โดยเน้นความสำคัญตอนนี้คือการจูงน้ำไปเก็บไว้ในพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อที่จะนำมาใช้ประโยชน์ในภายหลังฤดูน้ำแล้ง ซึ่งจะต้องมีการจัดทำแผนเป็นรายจังหวัด

“ตอนนี้สิ่งสำคัญที่รัฐบาลต้องดำเนินการคือการดูแลประชาชนอย่างทันท่วงที ในทุกด้าน จะต้องมีการประเมินผลอย่างมีประสิทธิภาพหากพื้นที่ไหนต้องมีการอพยพประชาชนต้องแจ้งอย่างรวดเร็วและให้การช่วยเหลือตามขั้นตอน ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องกังวลที่จะถูกตำหนิ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัด สามารถสั่งการด้านนโยบายได้ทันทีตามความเหมาะสม โดยสรุปคือต้องเข้าพื้นที่ โดยเร็วดำรงเส้นทางคมนาคม ดูการดำรงชีพของประชาชน” รมว.มหาดไทย กล่าว

ด้านนายเฉลิมชัย กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ มีการเตรียมความพร้อมเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง โดยบูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงาน เตรียมฟื้นฟูหลังน้ำลด ส่งความช่วยเหลือให้ประชาชนอย่างเร็วที่สุด ซึ่งจะต้องเร่งเข้าตรวจสอบข้อมูลความเสียหาย โดยกรมส่งเสริมการเกษตรเกษตรอำเภอ เกษตรตำบลทุกพื้นที่ ต้องเร่งสำรวจความเสียหาย และภายใน 1 สัปดาห์หลังน้ำลดจะต้องมีการรายงานข้อมูลเข้ามา พร้อมกับย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามจูงน้ำมาใช้ประโยชน์ ในภายหลัง และจะต้องพิจารณาแนวทางการเยียวยาที่เหมาะสม ขณะที่กรมประมงจะต้องจัดหาพันธุ์ปลาเลี้ยง เพื่อสร้างรายได้เพิ่มอีกทางหนึ่ง ส่วนพืชไร่พืชสวน ที่ได้รับความเสียหาย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้าไปดูเรื่องเมล็ดพันธุ์ การปลูกพืชทดแทน