ลีลา สง่างาม : ปมแก้ไข รัฐธรรมนูญ : ของ ประชาธิปัตย์

มติพรรคประชาธิปัตย์ให้เสนอญัตติด่วนเรื่องให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ออกมาอย่างเหมาะเจาะ

เหมาะเจาะกับที่ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านภาคประชาชนที่มี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เป็นประธานเริ่มขยับขับเคลื่อน

จากแลงคาสเตอร์ ไปยังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

เหมาะเจาะกับที่วงเสวนา จินตนาการใหม่ ข้อตกลงใหม่ รัฐธรรมนูญใหม่ จากเชียงใหม่ไปยังสงขลาและที่ขอนแก่น

ตอบทุกคำถามว่า ทำไมต้องแก้ไข “รัฐธรรมนูญ”

เหมาะเจาะกับที่ นายโคทม อารียา จับมือ นายอนุสรณ์ ธรรมใจ ประสานกับ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร จัดตั้ง “ภาคีเครือข่าย” อันถือรัฐธรรมนูญเป็นเป้าหมาย

จำเป็นที่ “ประชาธิปัตย์” ต้องขยับขับเคลื่อน

หากไม่ศึกษาความพยายามของพรรคร่วมฝ่ายค้านในการเปิดวงเสวนา แตะมือกับพันธมิตรในแนวร่วมอย่างกว้างขวาง

จะไม่เข้าใจในพัฒนาการ

อย่าลืมเป็นอันขาดว่า นายโคทม อารียา และ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร เคยร่วมวงจินตนาการใหม่ ข้อตกลงใหม่ รัฐธรรมนูญใหม่ที่เชียงใหม่

เช่นเดียวกับการเดินหน้าของนายกษิต ภิรมย์

ยิ่งเวทีจินตนาการใหม่ ข้อตกลงใหม่ รัฐธรรมนูญใหม่ที่ขอนแก่นองค์ประกอบสำคัญคือ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล และนายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์

ยิ่งสมควรให้ความสนใจอย่างเป็นพิเศษ

นี่เป็นครั้งแรกที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล และ นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ จะร่วมเวทีเดียวกันกับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

จึงถึงเวลาแล้วที่ “ประชาธิปัตย์” จะต้องขยับ

จําเป็นเพราะว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็น 1 ใน 3 เงื่อนไขที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอต่อ คสช.เสนอต่อพรรคพลังประชารัฐก่อนเข้าร่วมรัฐบาล

หากไม่ยอมรับเงื่อนไข

เป็นไปไม่ได้ที่ 53 ส.ส.จากพรรคประชาธิปัตย์จะยินยอมขานชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี

ที่สุดการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เป็น 1 ใน 12 นโยบายเร่งด่วน

คำว่านโยบายเร่งด่วนจึงไม่เพียงแต่เป็นข้อผูกมัดต่อรัฐบาลและต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หากที่สำคัญก็คือเป็นงานในความรับผิดชอบของพรรคประชาธิปัตย์

จำเป็นที่ “ประชาธิปัตย์” ต้องขยับ

เพราะว่าเป้าหมายอย่างแท้จริงของพรรคประชาธิปัตย์ก็คือ ต้องการแก้ไข “ประชาธิปไตยทุจริต” ในรัฐธรรมนูญให้เป็น “ประชาธิปไตยสุจริต”

นี่คือหลักการที่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ยึดกุม

มติของพรรคประชาธิปัตย์จึงเท่ากับเป็นการช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดที่ดำรงอยู่ภายใน 1 ใน 12 นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลโดยแท้

เป็น 2 เดือนที่จำเป็นต้องขยับ

เพราะเมื่อเป็นนโยบายของรัฐบาลทั้งยังระบุเป็น “นโยบายเร่งด่วน” ทุกอย่างจะต้องมีบทสรุปและลงมือภายใน 1 ปี

จากกรกฎาคม 2562 ไปกรกฎาคม 2563

บทความก่อนหน้านี้คอฟฟี่เบรก : อายจัง
บทความถัดไปดิจิเทรนด์ฟอร์เวิร์ด : ‘แอนดรอยด์10’กับจุดขาย เรื่องความเป็นส่วนตัว