‘สมเกียรติ’ เตือน พูดฟื้นคดีทักษิณ ระวังล้มตั้งแต่ไม่เริ่ม ‘ธนาธร’แจง ไม่ได้เจาะจงบุคคล

“สมเกียรติ” แนะ แก้รัฐธรรมนูญต้องไม่แตะประเด็นอ่อนไหว ยอมรับ ไม่สบายใจ “ธนาธร” พูดเรื่องฟื้นคดี “ทักษิณ” เพราะคนไทยเกือบครึ่งไม่เอาด้วยแน่ ด้าน “หน.พรรคอนาคตใหม่” แจง ไม่ได้เจาะจงบุคคล แค่อยากบอกในรอบ 10 ปี มีหลายคนติดคุกทั้งที่ไม่ได้ทำผิด ยกคำสั่ง 66/23 เป็นตัวอย่างเยียวยาปชช.

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 8 กันยายน ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(TDRI) และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่(อนค.) กล่าวตอนหนึ่งในงานเสวนา “จินตนาการใหม่ ข้อตกลงใหม่ รัฐธรรมนูญใหม่” ถึงคำแนะนำเกี่ยวกับกติกาทางเศรษฐกิจและการเมือง โดยนายสมเกียรติกล่าวว่า รัฐธรรมนูญ 2560 ได้ผ่านกระบวนการประชามติ แม้จะมีคำถามว่าทำอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ แต่ก็มีความชอบธรรมในระดับหนึ่ง ดังนั้น กระบวนการที่จะแก้รัฐธรรมนูญ 2560 ต้องคิดถึงประเด็นนี้ว่าจะมีอะไรที่ชอบธรรมกว่าการมีประชามติของประชาชน ซึ่งก็คือการริเริ่มโดยภาคประชาชนเองให้มากที่สุด ประชาชนต้องเป็นฝ่ายเสนอแก้กฎหมาย เพื่อทำให้เป็นรัฐธรรมนูญเป็นของทุกฝ่าย และต้องเลือกแก้เฉพาะเรื่องที่สำคัญจริงๆ เป็นเรื่องที่คนมีความเห็นพ้องต้องกันสูง เพื่อหาวิธีประสานความแตกต่าง และอย่าเลือกประเด็นที่มีความอ่อนไหว โดยเฉพาะการเช็คบิลย้อนหลัง

“เรียนตามตรง ผมไม่ค่อยสบายใจเวลาคุณธนาธรพูดว่าจะไปรื้อฟื้นคดีคุณทักษิณ ชินวัตร แน่นอนว่ามันถกเถียงกันได้ว่ากระบวนการเล่นงานคุณทักษิณนั้นมีปัญหาหรือไม่ แต่ในสังคมไทยมีคนจำนวนมากไม่ชอบคุณทักษิณอยู่ ถ้าคนเข้าใจว่าประเด็นแบบนี้อยู่ในแพ็คเก็จการแก้รัฐธรรมนูญด้วย จะมีคนเกือบครึ่งหนึ่งคัดค้าน ทำให้มันตกตั้งแต่แรก จึงอยากให้เลือกประเด็นให้ดี ต้องเป็นประเด็นที่ประสานคน ไม่ใช่แบ่งแยกคน” นายสมเกียรติกล่าว

นายสมเกียรติกล่าวว่า นอกจากนี้ ต้องระวังเรื่องท่าที อย่าให้คนหมั่นไส้ และต้องใช้วิธีการสื่อสารที่ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ตนไม่ค่อยสบายใจเวลาถกเถียงทางการเมือง และคิดว่ายังมีการแบ่งแยกขัดแย้งทางการเมืองคล้ายๆเดิม ใช้คำพูดที่ดูถูกซึ่งกันและกัน เช่น ฝั่งหนึ่งเรียกอีกฝั่งว่าสลิ่มหรือควายแดง ซึ่งตนคิดว่าถ้าจะทำเรื่องใหญ่และร้อยเรียงคนในสังคมเข้าด้วยกันได้ ต้องหลีกเลี่ยงการใช้วาจาเช่นนี้ ต้องมีมธุรสวาจา ที่สำคัญ ฝ่ายที่เรียกตัวเองว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยนั้นต้องใจกว้าง เพราะประชาธิปไตยคือเวทีที่เปิดให้คนมามีส่วนร่วม แม้คนคนนั้นจะคิดไม่เหมือนตัวเอง

ขณะที่นายธนาธรชี้แจงว่า เกี่ยวกับการดึงนายทักษิณ ชินวัตร กลับมานั้น ความจริงตนไม่ได้พูดว่าจะดึงเขากลับมาสู่กระบวนการพิจารณาในระบบยุติธรรมในลักษณะนั้น แค่จะสื่อสารว่า ในรอบ 10 กว่าปี มีคนมากมายที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ได้เจาะจงว่าชื่ออะไร นามสกุลอะไร ไม่ว่าเขาจะอยู่ฝักฝ่ายไหน คนหลายคนต้องติดคุก หรือโดนคดีในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำ ตนคิดว่าอาจจะต้องเกิดคำสั่งที่คล้ายกับคำสั่งที่ 66/2523 เพื่อเยียวยาคนที่ถูกกระทำทั้งหมด เพื่อดึงคนในสังคมกลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง

บทความก่อนหน้านี้อภ.ลำเลียงน้ำยาล้างไต-ตั้งทีมเฉพาะกิจช่วย “ผู้ป่วย” พื้นที่น้ำท่วม
บทความถัดไปยอดแข้งจิ๋ว! ‘ไมโล’ เฟ้น8นักเตะเยาวชนไทย บินลัดฟ้าฝึกทักษะลูกหนัง ‘บาร์ซ่า’ ถึงแดนกระทิงดุ