ไม่ว่ากรณี “แจกกล้วยให้ลิง” ไม่ว่ากรณี “ซิดนีย์ มอร์นิ่ง เฮรัลด์” มีผลสะเทือนอย่างลึกซึ้ง กว้างขวางและด้วยความรวดเร็วในทางการเมือง
เห็นได้จากการประกาศถอนตัวจากรัฐบาลของพรรคประชาธรรมไทย
เท่ากับยืนยันสถานะที่ปฏิเสธ”กล้วย“ที่หยิบยื่นให้
เห็นได้จากการเรียกร้องอย่างนิ่มๆจากพรรคพลังธรรมใหม่ ให้ออกมาขอโทษบรรดาลิงๆทั้งหลาย
ขณะเดียวกัน ก็เห็นการขยับขับเคลื่อนโดยมติของพรรคประชาธิปัตย์เสนอญัตติด่วนให้สภาจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ
เหมือนกับเป็นคนละเรื่องแต่มีเป้าหมายเดียวกัน
การเสนอญัตติด่วนของพรรคประชาธิปัตย์อาจดำเนินไปด้วยเหตุผลที่มาจาก 2 มูลฐานสำคัญ
1 เป็นเงื่อนไขที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอก่อนร่วมรัฐบาล
หากไม่บรรจุเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะไม่ยอมขานชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีในวันที่ 5 มิถุนายน
ขณะเดียวกัน 1 พรรคพลังประชารัฐยอมรับเงื่อนไขนี้และเมื่อเขียนนโยบายก็ได้บรรจุการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็น 1 ใน 12 นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล
การเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นการเคลื่อนไหวบนพื้นฐานการปฏิบัติตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล
ขณะเดียวกัน การเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์ก็สอดรับกับยุทธศาสตร์ทางการเมืองของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านซึ่งได้เสนอญัตติไปก่อนหน้านี้แล้ว
หากที่ประชุมสภาจะมีมติ”เลื่อน”ญัตติเข้ามาจัดตั้งขึ้นก่อนปิดสมัยประชุมก็จะกลายเป็นประเด็นร้อนยิ่งในทางการเมือง
เป็นประเด็นร้อนเพราะไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ล้วนไม่เห็นว่าญัตตินี้ของพรรคประชาธิปัตย์ ของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านจะเป็นเรื่องด่วน
นี่ย่อมเป็นการประลองกำลังอย่างสำคัญทางการเมือง
เป็นการประลองกำลังหลังกรณี”แจกกล้วยให้ลิง” หลังกรณี”ซิดนีย์ มอร์นิ่ง เฮรัลด์”
อยู่ที่ว่ามือใน”สภา”จะยกไปในทิศทางใด
ในสถานการณ์”ประชาธิปัตย์”เปิดเกมรุกในเรื่องรัฐธรรมนูญ

