เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ส่งโทรสารในราชการถึงผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา รวมถึงปลัดกระทรวงคมนาคม ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา อธิบดีกรมเจ้าท่า และอธิบดีกรมการท่องเที่ยว เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน กรณีเกิดอุบัติเหตุเรือสปีดโบ๊ตขนาดใหญ่ 2 ลำ บรรทุกผู้โดยสารเต็มลำเรือเดินทางออกจากจ.ภูเก็ต ชนกันบริเวณหินมูสัง ด้านทิศใต้ของเกาะยาวใหญ่ อ.เกาะยาว จ.พังงา จนมีผู้เสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บ 34 คน นั้น มีใจความสำคัญ ว่า ขอให้ทั้ง 3 จังหวัดคือ ภูเก็ต กระบี่ และพังงา แจ้งพนักงานสอบสวน กรมเจ้าท่า หรือเจ้าหน้าที่อื่นที่มีอำนาจหน้าที่ตามป.วิอาญา กฎหมายว่าด้วยเรือไทย กฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทย กฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ หรือกฎหมายเกี่ยวข้องให้สอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุดังกล่าว โดยดูว่า นายเรือ คนประจำเรือ ลูกเรือ ผู้ควบคุมเรือ พนักงานขับเรือ นายท้ายเรือ ลูกจ้างประจำเรือ หรือผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือไม่ และได้กระทำฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ เช่น บรรทุกนักท่องเที่ยวเกินกว่ากฎหมายกำหนดหรือไม่ ใช้ความเร็วมากกว่าที่กำหนดหรือไม่ มีการดื่มสุราหรือเมาสุราขณะปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ได้แจ้งให้นักท่องเที่ยวสวมเสื้อชูชีพหรือไม่ เป็นต้น
“หากผลการสอบสวนปรากฎว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องได้กระทำความผิดกฎหมายให้ดำเนินคดีอาญาและแพ่ง หรือความผิดทางละเมิดด้วย เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างและไม่เกิดความเสียหายซ้ำซากขึ้นอีกให้จงได้” นายกฤษฎาระบุและว่า กระทรวงมหาดไทยขอความกรุณามายังกระทรวงคมนาคม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมเจ้าท่า และกรมการท่องเที่ยว ได้กำชับหรือวางมาตรการที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนผู้ว่าราชการจังหวัดในการป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุและเกิดความเสียหายแก่นักท่องเที่ยว ทั้งทางเรือ ทางบก ด้วยจักเป็นพระคุณยิ่ง (อ่านรายละเอียดในโทรสาร)


