‘ครป.’ จี้ปรับ ครม.ด่วน ก่อนบานปลาย หวั่นซ้ำรอย ‘พ่อเลี้ยงเมืองแพร่’ พัวพันค้ายา

เมื่อวันที่ 11 กันยายน นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) เปิดเผยว่า ผลการเลือกประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจำวุฒิสภา 26 ชุด ออกมาน่าผิดหวังมาก เนื่องจากมีจำนวนนายทหารระดับพลเอกเป็นประธานมากถึง 15 ชุด เกินกว่าครึ่งของกรรมาธิการทั้งหมด ซึ่งทำให้สภานิติบัญญัติของไทยกลายเป็นสภาความมั่นคงของกองทัพบกไปโดยปริยาย คนไทยจึงไม่อาจคาดหวังว่าสมาชิกวุฒิสภาจะทำงานรับใช้ประเทศชาติและบ้านเมืองได้อย่างแท้จริง จึงเป็นเพียงผลพวงของการสืบทอดอำนาจเผด็จการทหาร คสช.เท่านั้นเอง

นายเมธากล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีข่าวว่าในการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตประพฤติมิชอบและเสริมสร้างธรรมาภิบาล ที่มีพลเรือเอกท่านหนึ่งเป็นประธาน ก็ไม่ได้เลือกกรรมาธิการที่พร้อมตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างจริงจัง ทั้งยังมีกระแสข่าวว่ามีการต่อต้านกีดกันไม่ให้คนที่เคยทำงานต่อต้านคอร์รัปชั่นของผู้มีอำนาจอย่างจริงจัง อย่างนายปานเทพ อดีตประธาน ป.ป.ช. นายประมนต์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น และอีกหลายคน ไม่ให้ได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานกรรมาธิการใดๆ อีกด้วย

“ผมจึงอยากเรียกร้องให้สมาชิกวุฒิสภาพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยกลั่นกรองให้มีสมาชิกกรรมาธิการต่างๆ มาจากผู้มีประสบการณ์อย่างแท้จริงและตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง โดยไม่หลับหูหลับตาทำงานตามคำสั่งผู้มีอำนาจอย่างเดียว แต่ต้องเป็นความหวังของบ้านเมืองต่อไปโดยเฉพาะในเรื่องการปฏิรูปเศรษฐกิจการเมืองและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ” นายเมธากล่าว

นายเมธากล่าวว่า นอกจากนี้ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิรูปบ้านเมืองไปสู่รัฐประชาธิปไตยตามที่ทุกคนคาดหวัง โดยโละคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจทั้งหมดที่แต่งตั้งนายพลมานั่งเป็นประธานหลายรัฐวิสาหกิจตั้งแต่ยุค คสช. กลายมาเป็นระบบผลประโยชน์ทับซ้อนในปัจจุบัน กรณีรัฐมนตรีสีเทาเกี่ยวข้องกับคดีค้ายาเสพติด ตนขอเรียกร้องให้มีการปรับคณะรัฐมนตรีสีเทาใหม่โดยเร่งด่วน ก่อนที่ข่าวต่างๆ จะบานปลายออกไปจนประเทศไทยจะขาดความชอบธรรมในฐานะนิติรัฐไปมากกว่านี้ รัฐบาลอาจจะตั้งใจไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญด้วยเงื่อนไขเหล่านี้ตามทฤษฎีสมคบคิด แต่ถึงวันนี้ถ้านายกรัฐมนตรีไม่รับผิดชอบด้วยการลาออกเองก็ควรเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น โดยปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเร็วที่สุด และถวายสัตย์ปฏิญาณใหม่ ก่อนช่องว่างทางกฎหมายจะนำมาสู่รัฐที่ล้มเหลวย้อนหลังการบริหารราชการแผ่นดินที่ผ่านมา

“รัฐบาลไม่อาจมีรัฐมนตรีบางคนที่เคยต้องคดียาเสพติด มีแบล๊กลิสต์ในต่างประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ และ ครม.ทั้งหมดจะต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้ในฐานะผู้นำรัฐบาล ผมเคยพูดไปแล้วว่าเรื่องนี้จะซ้ำรอย นายณรงค์ วงศ์วรรณ พ่อเลี้ยงเมืองแพร่ อดีตหัวหน้าพรรคสามัคคีธรรมหรือไม่ ที่เคยถูกสหรัฐอเมริกาปฏิเสธวีซ่า เพราะพัวพันกับขบวนการค้ายาเสพติด และนำมาซึ่งวิกฤตการเมืองในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ในปี 2535 ดังนั้น รัฐบาลจะต้องปฏิบัติเป็นตัวอย่างตามกฎหมายพระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ.2562 ที่ออกมาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 76 รวมถึงมาตรา 258 อย่างจริงจัง อย่าให้ผู้เข้ามาเป็น ครม.ขาดคุณธรรม จริยธรรมเสียเอง” นายเมธากล่าว

บทความก่อนหน้านี้“เพื่อไทย”ซักแหลก”ณัฏฐพล”รมว.ศึกษาธิการ ปัญหาครู โรงเรียน (คลิป)
บทความถัดไป‘กระบะขนผลไม้’ ยางแตกพลิกคว่ำ มังคุด-ส้มเกลื่อนถนน ‘ผัวเมีย’ ใจดียกให้กู้ภัยไปกินทั้งหมด