หน้าแรก การเมือง มติสภา 231 : ...

มติสภา 231 : 224 ปัดตก 4 ญัตติ ตั้งกมธ.วิสามัญฯสอบอีอีซี

13.09.19 | 15:13 น.

มติสภา 231 : 224 ปัดตก 4 ญัตติตั้งกมธ.วิสามัญฯ สอบอีอีซี “วันนอร์” ซัด ใช้อำนาจคณะรปห.เร่งรีบโครงการ ด้าน วิปฯ ปัดป้องรบ.

เมื่อวันที่ 13 กันยายน ที่รัฐสภา เกียกกาย มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุมเพื่อพิจารณาญัตติด่วน เพื่อขอให้สภาฯการเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อศึกษาตรวจสอบการดำเนินการในโครงการรถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน คือ ดอนเมือง สุวรรณภุมิ และ อู่ตะเภา และการกำหนดพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งเป็นการพิจารณา โดยนำ 4 ญัตติ คือ 1.ญัตติ ขอตั้งกมธ.เพื่อศึกษา ตรวจสอบการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม3 สนามบิน ของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ 2.ญัตติขอศึกษาโครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (อีอีซี) ของนายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และคณะ 3.ญัตติ ขอศึกษาและตรวจสอบผลกระทบโครงการอีอีซี , การวางผังเมืองและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง ของนายจิรัฎฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคอนาคตใหม่และคณะ เสนอญัตติศึกษาและตรวจสอบผลกระทบโครงการอีอีซี และ 4.ญัตติ ขอศึกษาผลกระทบจากโครงการอีอีซีและแสวงหาแนวทางป้องกัน ของนายบัญญัติ เจตนจันทร์ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ และนายธารา ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวันมูหะมัดนอร์ ได้นำอภิปรายสนับสนุนให้สภาตั้งกมธ.ศึกษาเพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างรอบด้าน เพราะกรณีที่เกิดขึ้นมีข้อท้วงติงในหลายประเด็น อาทิ การไม่ทำสำรวจผลกระทบสิ่งแวดล้อมและการใช้อำนาจของคณะรัฐประหารเร่งดำเนินการ ขณะที่การอภิปรายของส.ส.ส่วนใหญ่สนับสนุนให้สภาฯพิจารณารายละเอียดเพื่อให้เกิดการตรวจสอบการทำโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ และมีผลกระทบกับประชาชนในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม หลังจากอภิปรายพอสมควร ที่ประชุมได้ลงมติ ผลปราฏว่า ที่ประชุมมีมติเสียงข้างมาก 231 ต่อ 224 คะแนน งดออกเสียง 2 เสียง ไม่เห็นชอบให้มีการตั้งกมธ. โดยเสียงส่วนใหญ่ที่ไม่สนับสนุนให้ตั้งกมธ.พบว่า เป็นเสียง ส.ส.จากซีกรัฐบาล ถือว่าเป็นครั้งแรกของการลงมติของสภาฯ ชุดปัจจุบันที่ไม่เห็นชอบกับการตั้งกมธ.วิสามัญฯ

ทั้งนี้ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ชี้แจงว่า ตนได้หารือร่วมกับส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลแล้ว และมองว่าเนื้อหาที่เสนอญัตตินั้นควรนำเข้าสู่การพิจารณาของกมธ.สามัญประจำสภาฯ ชุดที่เกี่ยวข้อง ซึ่งล่าสุดได้แต่งตั้ง และกมธ.พร้อมทำงานแล้ว ส่วนการตั้งกมธ.วิสามัญฯนั้น ถือเป็นการตั้งเรื่องที่เกินจำเป็น และอาจกลายเป็นข้อจำกัดต่อการใช้ห้องประชุมสภาฯ ที่ห้องประชุมกมธ. สามารถเข้าใช้งานได้เพียง 8 ห้องเท่านั้น ยืนยันว่า การที่ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลลงมติไม่เห็นด้วยกับการตั้งกมธ.วิสามัญนี้ ไม่ใช่การปกป้องรัฐบาลไม่ให้สภาฯ ตรวจสอบ แต่เห็นว่าเมื่อมีกมธ.สามัญแล้ว ประเด็นที่ต้องการตรวจสอบสามารถเสนอให้กมธ.ที่เกี่ยวข้องได้