เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ จัดงานเปิดตัวคณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) ประกอบด้วยภาคประชาชน นักวิชาการ และนักศึกษา 28 เครือข่าย อาทิ ศูนย์วิจัยและพัฒนากฎหมาย คณะนิติศาสตร์ ม.เชียงใหม่, สถาบันมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล, เครือข่ายนักวิชาการราชภัฏราชมงคลเพื่อพลเมือง (ครพ.), สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.), ดาวดิน, สมัชชาคนจน, โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw), กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย, เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนภาคใต้, เครือข่ายรัฐธรรมนูญก้าวหน้า
นายเอกพันธุ์ ปิณฑวณิช ผู้อำนวยการโครงการจัดตั้งสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล กล่าวว่า สถาบันได้รับมอบหมายให้มีส่วนร่วมทำผลสำรวจความคิดเห็นเรื่องรัฐธรรมนูญ ช่วยกันเก็บข้อมูลที่สามารถเข้าถึงได้ ส่วนที่เรากำลังดำเนินการคือเรื่องเปิดพื้นที่ทางการเมืองในชุมชนและสถาบันการศึกษาที่เป็นเครือข่ายในลักษณะของกระบวนการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย เราอาจยังไม่ได้ลงเนื้อหามากนัก พยายามศึกษาว่าเรามีกระบวนการให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญที่มีความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ และประชาชนมีความเป็นเจ้าของอย่างไรบ้าง
ผศ.ดร.สามชาย ศรีสันต์ ตัวแทน คนส. กล่าวว่า ทางเครือข่ายรับหน้าที่สำรวจความคิดเห็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยทั้งประเทศผ่านทางคณาจารย์ โดยมี 30 มหาวิทยาลัยเข้าร่วม จำนวน 3,000 คน ในประเด็นความเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ แบ่งเป็น 3 ส่วนคือ 1.ลักษณะของแอ๊กทีฟซิติเซน (Active Citizen) หรือการมีส่วนร่วม ใส่ใจต่อสภาพการณ์ที่เป็นไปของสังคมไทยว่ามีความรับรู้ รับผิดชอบต่อสิ่งนี้มากแค่ไหน เนื่องจากหลังการเลือกตั้งและใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มา มีผู้ใหญ่ในรัฐบาลหรือกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลกล่าวว่าปัญญาชนถูกล่อลวง มีประสบการณ์ทางการเมืองน้อย อาจไขว้เขวทางการเมือง 2.เหตุการณ์หลังจากใช้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันซึ่งมีปัญหามากมาย เราอยากรู้ว่านักศึกษาทั่วประเทศมองสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเกี่ยวข้องหรือไม่อย่างไรกับรัฐธรรมนูญ สิ่งนี้นำไปสู่การถามส่วนสุดท้ายคือ 3.เห็นควรแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ จะแก้ในรายมาตรา หรือแก้ทั้งฉบับ รวมทั้งเราใช้คำถามเปิด โดยให้นักศึกษาทั่วประเทศช่วยกันตั้งฉายารัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วย ทั้งหมดนี้จะประมวลและเสนอผลวันที่ 5 ต.ค.62
นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ประธานยุทธศาสตร์ สนท. กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีที่ 5 ในการทำกิจกรรมทางการเมือง เห็นว่าปีนี้นักเรียน นิสิต นักศึกษา มีความตื่นตัวทางการเมืองมากกว่าที่ตนเริ่มทำกิจกรรมอย่างมาก ทั้งนี้ มีสิ่งเดียวที่ทุกคนอาจไม่ตระหนักมากนักคือความบิดเบี้ยวของประเทศไทย ไม่ว่าจะเรื่อง 250 ส.ว. การถวายสัตย์ ซึ่งทั้งหมดขมวดปัญหาอยู่ที่รัฐธรรมนูญที่ไม่ชอบธรรม โดยรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญของนักเรียน นิสิต นักศึกษา พวกเราเห็นว่านอกจากนักเรียน นิสิต นักศึกษา ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อแก้ไขความไม่เป็นธรรมในสังคมแล้ว ยังรู้สึกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีช่องว่างที่สามารถเติมเต็มชีวิตนักเรียน นิสิต นักศึกษาได้มากมาย ซึ่งรัฐธรรมนูญมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนักเรียน นิสิต นักศึกษามากเช่นกัน อาทิ การเกณฑ์ทหาร
“สิ่งที่เราจะทำและเป็นเป้าหมายหลักของ สนท.คือ ในปีหน้าจะทำให้นักเรียน นิสิต นักศึกษามีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญมากที่สุด โดยจัดทำข้อเสนอและข้อเรียกร้องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของนักเรียน นิสิต นักศึกษาโดยตรง” นายพริษฐ์กล่าว

ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ตัวแทนเครือข่ายรัฐธรรมนูญก้าวหน้า กล่าวว่า เหตุผลเดียวที่ทำให้ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์คือคำว่าประชาธิปไตย และตั้งแต่ออกมาไม่หยุดนิ่งในการรวบรวมความเห็นเพื่อประเมินว่าจะทำให้ประเทศก้าวหน้าได้อย่างไร จึงรวบรวมกลุ่มคนรุ่นใหม่และหน้าใหม่จากหลากหลายแวดวง พร้อมถกเถียงแลกเปลี่ยนกันหลายประเด็น แต่ประเด็นที่สำคัญเป็นพิเศษคือเรื่องรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาได้พยายามศึกษารัฐธรรมนูญฉบับนี้ทุกหมวด ทุกมาตรา ตอนนี้กระบวนการดังกล่าวใกล้เสร็จสิ้นแล้ว เราจึงเปิดเพจเฟซบุ๊ก “รัฐธรรมนูญก้าวหน้า” เพื่อเผยแพร่ข้อเสนอที่รวบรวมได้ ข้อเสนอไหนที่ได้รับการเห็นชอบจากประชาชนส่วนใหญ่ก็อาจเดินหน้ายื่นแก้ไขเป็นรายมาตรา หรือเริ่มร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อย่างไรก็ตาม ที่ใช้คำว่า “รัฐธรรมนูญก้าวหน้า” เพราะทุกข้อเสนอที่รวบรวมอยากให้ยึดบน 3 หลักการความก้าวหน้า คือ 1.กติกาต้องเป็นกลาง 2.ทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้ และ 3.ทำอย่างไรให้รัฐธรรมนูญมีความพยายามแก้ไขปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมากกว่านี้
“เราแบ่งข้อเสนอเป็น 3 ส่วน 1.รูปแบบของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หากรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ควรเขียนด้วยภาษาที่ประชาชนอ่านและเข้าใจได้ง่าย ไม่ควรมีความยาวมากเกินไป 2.กระบวนการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ถ้าอยากหาฉันทามติของประเทศ วิธีการตั้งคำถามควรหาจุดร่วม ไม่ใช่จุดตัว และ 3.เนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ขณะนี้กำลังตกตะกอนอยู่ เช่น การให้ความสำคัญเรื่องสิทธิเสรีภาพเรื่องการใช้ชีวิตในสิ่งแวดล้อมที่ดี เปิดให้สภาเยาวชนเสนอกฎหมายให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา หรือให้ประชาชนสามารถถอดถอน ส.ส.ในเขตพื้นที่ตนเองได้ สุดท้ายแล้ว ข้อเสนอที่สำคัญที่สุดคือเรื่องวุฒิสภา ถ้าเราจะตกลงกันได้ว่ามีฉันทามติร่วมกันได้เพราะเห็นคุณค่าของการมีหนึ่งเสียงเท่ากัน ไม่มีอะไรเป็นอุปสรรคต่อการมีหนึ่งสิทธิหนึ่งเสียงเท่ากับวุฒิสภาในปัจจุบัน หลายคนเพ่งเล่งถึงอำนาจของ ส.ว.ในการมีสิทธิเลือกนายกฯ ฉะนั้น ส.ว.ควรมาจากการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งมากกว่า ดังนั้น ข้อเสนอที่อยากยื่นคือปรับระบบรัฐสภาไทยให้เข้าสู่ระบบสภาเดียวที่มีแค่สภาผู้แทนราษฎร
“หากกังวลเรื่องการมีสภาเดียว เมื่อไม่มีวุฒิสภาใครจะให้ความเชี่ยวชาญเรื่องวิชาชีพ ซึ่งทางออกที่ดีกว่าคือการเพิ่มบทบาทให้สภาวิชาชีพเข้ามาอยู่ในกระบวนการร่างกฎหมายตั้งแต่ต้น หากกังวลว่าไม่มีวุฒิสภาแล้วใครมาดูแลปกป้องผลประโยชน์ของจังหวัด ทำไมเราไม่กระจายอำนาจให้มีผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการเลือกตั้ง ท้ายสุดแล้วหากกังวลว่าไม่มีวุฒิสภาแล้ว ใครจะมาถ่วงดุลอำนาจฝ่ายบริหาร ผมบอกเลยว่าไม่มีอะไรอันตรายไปกว่าการมี ส.ว.ที่ให้ท้ายฝ่ายบริหารเต็มที่ ดังนั้น ข้อเสนอเรื่องสภาเดียวจึงเป็นข้อเสนอหลักที่เราอยากจะยื่น” นายพริษฐ์กล่าว

