แฟ้มภาพ
“ธนาธร” ลั่นพร้อมทำตาม กม.ทุกอย่าง หากแก้ รธน.แล้วจำนวน ส.ส.ลด ชี้ไม่ได้มาเพื่อมี ส.ส.มาก แต่มาเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศ ชี้เลือกตั้งซ่อม อาจเปลี่ยนอนาคตประเทศ
เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 21 กันยายน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้พรรคการเมืองบางพรรคได้ ส.ส.เข้าสภาจำนวนมากนั้นว่า หลักใหญ่ใจความที่ทำให้ต้องแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ทั้งฉบับเป็นเพราะอำนาจไม่ได้เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง เมื่ออำนาจไม่ได้เป็นของประชาชน ทรัพยากรธรรมชาติ ก็ไม่ได้ถูกนำไปใช้เพื่อประชาชน วันนี้เราอยู่ที่ชลบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญของอีอีซี ในอีอีซีมีการขยายท่าเรือน้ำลึกแต่ไม่มีการกันพื้นที่เอาไว้เพื่อแก้ปัญหาช้างป่าที่ออกมาทำลายที่ดินทำกินของชาวบ้าน มีการพูดถึงสนามบินเชื่อมต่อกันสามสนามบินและรถไฟความเร็วสูง แต่ไม่มีการพูดถึงปัญหาป่าไม้ ที่ดิน มีการพูดถึงการเพิ่มนิคมอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดอุตสาหกรรมสมัยใหม่ แต่ไม่มีการพูดถึงภาคการประมงที่ถูกทำลายลง เห็นได้ชัดว่าไม่มีประชาชนอยู่ในอีอีซี เพราะอีอีซีไม่มีฝ่ายค้าน โดยที่สภาไม่มีตัวแทนของประชาชนอยู่ เป็นอำนาจที่ไม่มีประชาชนอยู่ จึงไม่แปลกใจว่าเหตุใดการพัฒนาจึงเหลื่อมล้ำ ดังนั้นเหตุผลของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงต้องกลับไปที่ประเด็นใหญ่ในเรื่องของอำนาจของประชาชนที่อยู่กับคนกลุ่มเล็กๆ ในสังคม
เมื่อถามว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะกระทบกับจำนวน ส.ส.หรือไม่นั้น นายธนาธรกล่าวว่า ตนคิดว่าพรรคอนาคตใหม่พร้อมทำตามกฎกติกาที่ทุกฝ่ายเห็นร่วมกัน กฎกติกานั้นจะเป็นคุณหรือโทษที่ทำให้จำนวน ส.ส.มากขึ้นหรือน้อยลงไม่ใช่ปัญหา พรรค อนค.ไม่ได้ตั้งพรรคขึ้นมาเพื่อให้มีจำนวน ส.ส.เยอะๆ เราตั้งพรรคขึ้นมาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้ และเป็นประชาธิปไตย เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประเทศเท่าเทียม เป็นธรรม ดังนั้นเรื่องกฎกติกาการเลือกตั้งอะไรที่เป็นคุณ หรืออะไรที่ทำให้เสียงของประชาชนได้รับการตอบสนองอย่างแท้จริง เรายอมรับหมด
เมื่อถามว่าหลังจากนี้ 7 พรรคฝ่ายค้านจะมีการพูดคุยการอภิปรายซักฟอกรัฐบาลและการยื่นสอบจริยธรรมพล.อ.ประยุทธ์ นายธนาธรกล่าวว่า เรื่องต่างๆ เรานี้พวกเราทั้ง 7 พรรค มีการพูดคุยกันอยู่แล้ว ซึ่งสิ่งที่จะมาเร็วที่สุดคือในช่วงกลางเดือนตุลาคม จะมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี หลังจากนั้นไปปีจะมีการพูดถึงเรื่องจริยธรรมนักการเมืองและการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ตอนนี้ยังไม่มีข้อสรุปใดๆ ขณะนี้สิ่งที่เรามีข้อสรุปร่วมกันคือการทำกิจกรรมเรื่องการรณรงค์ให้เกิดการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นอย่างเต็มที่ ซึ่งเราก็ทำอย่างต่อเนื่อง
เมื่อถามว่า พรรคฝ่ายรัฐบาลก็เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนนี้มีการประสานงานกันอย่างไรบ้าง นายธนาธรกล่าวว่า ตนดีใจที่มีหลายฝ่ายในรัฐบาลเข้ามาพูดถึงเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ต้องบอกก่อนว่าสิ่งที่เรายืนยันคือการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ต้นกลัวว่าจะถูก ‘ไฮแจ็ค’ ไปโดยฝ่ายรัฐบาลที่เข้าร่วมกับการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อบอกว่าให้แก้เพียง 2-3 มาตราแล้วจบ ซึ่งไม่ใช่ เราตั้งใจให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชน เพื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เป็นสิ่งที่เรายืนยัน ดังนั้นฝ่ายรัฐบาลที่บอกว่าจะมาร่วมเป็นเพราะกลัวตกขบวนหรือไม่ เป็นเพราะกลัวว่าพี่น้องประชาชนจะครหาว่าไม่เอารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงต้องถามฝ่ายรัฐบาลว่าเวลาพูดถึงการแก้รัฐธรรมนูญอะไรคือ เอนด์เกม (End game) เห็นอะไร มองอะไร มองเป็นรายมาตราหรือไม่ พวกเรา 7 พรรคฝ่ายค้านยืนยันว่าเอนด์เกมคือการมี ส.ส.ร. ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชน
เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทย (พท.) จะไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส. ในสนามเลือกตั้งซ่อมเขต 5 จ.นครปฐม นายธนาธรกล่าวว่า จ.นครปฐม เป็นพื้นที่ช่วงชิงที่สำคัญมาก ในสนามเลือกตั้งนี้มีสิทธิกำหนดอนาคตของประเทศ ขณะนี้เสียงของรัฐบาลและฝ่ายค้านปริ่มน้ำกันเต็มที่ ถ้ารอพรรค อนค.ชนะเลือกตั้งในเขตนี้และเขต 2 จังหวัดกำแพงเพชร ฝ่ายประชาธิปไตยอาจจะพลิก จนนำมาสู่การเปลี่ยนดุลสมการทางการเมือง อนาคตของประเทศอยู่ในมือของพี่น้องประชาชน อย่างไรก็ตามพรรค อนค.เสียเปรียบทุกสนามอยู่แล้ว แต่เราไม่ได้กลัวการเสียเปรียบนั้น หากรู้ว่าเสียเปรียบแล้วไม่สู้ให้เต็มที่ก็ไม่รู้จะตั้งพรรคการเมืองไปทำไม เราตั้งพรรคมาเพื่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว

