“7 พรรคฝ่ายค้าน” รับฟังปัญหาท่าเรือแหลมฉบัง ตัวแทนประมง อัด รบ.ยับ

“ 7 พรรคฝ่ายค้าน” ลงพื้นที่ศึกษาผลกระทบท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 พร้อมรับฟังปัญหาที่จะเกิดจากการก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมัน Exon Mobile “ตัวแทนกลุมประมง” อัด รบ.ยับ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 21 กันยายน ที่ทำการชุมชนบ้านบางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ตัวแทน 7 พรรคฝ่ายค้าน อาทิ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ (พช.) นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ (ปช.) นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ (ศม.) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ อนค. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาเศรษฐกิจ ได้ลงพื้นที่ศึกษาผลกระทบท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 และรับฟังปัญหาที่จะเกิดจากการก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมัน Exon Mobile

โดยนายรังสรรค์ สมบูรณ์ ประธานกลุ่มประมงต้นแบบบ้านบางละมุงและอุปนายกประมงพื้นบ้านจังหวัดชลบุรี เปิดเผยถึงปัญหาที่คนในพื้นที่กำลังเผชิญว่า ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากการพัฒนาโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) หรือ อีอีซี และการเวนคืนที่ดิน เมื่อปี 2521 ในยุคพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี จนถึงตอนนี้บางคนยังไม่ได้รับเงินเวนคืน เพราะรัฐบาลจะให้เงินเฉพาะคนที่มีโฉนด ซึ่งในตอนนั้นมีคนไม่กี่คนที่มีโฉนด โครงการอีอีซีเหมือนโครงการขายชาติ ที่เอื้อนักลงทุนต่างชาติมากเกินไป และประชาชนในประเทศกลับต้องรับเวรรับกรรมจากโครงการนี้ เพราะต้องถูกขับไล่ออกจากพื้นที่ และไม่มีการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้โครงการอีอีซียังเปิดช่องให้นำแรงงานจากนอกประเทศเข้ามาในประเทศไทยได้ ไม่จำเป็นต้องใช้คนไทย หากเป็นแบบนี้จะทำให้คนไทยตกงาน เพราะไม่มีการจ้างงาน สุดท้ายจะทำให้ระบบเศรษฐกิจฐานรากพังลง และอีกปัญหาคือ ท่าเรือน้ำลึกที่ 3 รัฐอ้างว่า เพื่อการพัฒนาอีก 20 ปีข้างหน้า แต่ทำไมต้องเร่งมากขนาดนี้ ชาวบ้านพยายามเสนอแบบแผนเพื่อให้เห็นว่าแบบนี้น่าจะเหมาะสมกว่า แต่แบบแผนที่เสนอไปก็ไม่ได้รับการสนใจ เพราะเขาคิดว่าเป็นแบบที่ต้องใช้เงินลงทุนเยอะกว่า ส่วนปัญหาการทำประมง เราต้องการให้เปิดทำการประมงพื้นบ้านเหมือนเดิม ต้องเข้าใจว่าสินค้าทะเลที่ไทยส่งออกต่างประเทศส่วนใหญ่มาจากบริษัทไม่กี่แห่ง ที่เป็นระบบเลี้ยงแบบปิด การทำประมงของชาวบ้านไม่มีเรื่องของการค้าแรงงานทาสแน่นอน ขอร้องว่ารัฐบาลอย่าใช้ชาวบ้านเป็นแพะรับบาป หยุดใส่ร้ายกันได้แล้ว

“ความจริงเราไม่ได้ต่อต้านการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เราเพียงต้องการประกอบอาชีพประมงเหมือนเดิม และชุมชนสามารถยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง และอยากให้รัฐบาลฟังเสียงของเราบ้าง หากจะไปให้ทำงานโรงงานก็คิดว่ารายได้ไม่เพียงพอเลี้ยงครอบครัว ซึ่งหากทางโรงงานหาแรงงานที่ราคาถูกกว่าเราก็คงต้องออก นั่นคือการไม่มีหลักประกันความมั่นคงเลย ท่านหมดปัญญาหาเงินเข้าประเทศจึงต้องทำโครงการที่เอาเปรียบประชาชน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี บอกว่า จีดีพีประเทศเติบโต ความเป็นจริงมันเป็นจีดีพีนายทุนเท่านั้น คุณเคยมาดูจีดีพีของชาวบ้านไหม เพราะทุกวันนี้แทบจะขออาหารกันกินอยู่แล้ว” นายรังสรรค์ กล่าว

ด้านนายธนาธร กล่าวว่า ตนโรงงานอยู่แถวนี้รู้เรื่องท่าเรือน้ำลึกดี ที่จะได้ประโยชน์จากท่าเรือน้ำลึกคือกลุ่มทุนที่อยู่ในกรุงเทพเช่น ตน แต่คนที่เสียประโยชน์คือประชาชนในพื้นที่ที่ต้องถูกนำเอาทรัพยากรมาใช้เพื่อการพัฒนาเหล่านี้ กลุ่มทุนที่จะได้ประโยชน์มากที่สุดคือกลุ่มทุนจากจีนที่มีความใกล้ชิดกับรัฐบาลซึ่งวันนี้ล่าสุดมีการยกเว้นภาษีให้กับกลุ่มทุนที่มาลงทุนในอีอีซี ซึ่งถือว่าเป็นมาตรการที่หมดปัญญาของรัฐบาลในการหารายได้โดยวิธีเช่นนี้

ทั้งนี้ 7 พรรคฝ่ายค้านจะนำความคิดเห็นของชาวบ้านเข้าสู่กรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อเสนอหาทางออกในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนต่อไป

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้โครงการสามัคคีโฟล์กซอง มิติใหม่ของดนตรีบำบัด
บทความถัดไปคอลัมน์ ฟรีสไตล์เรื่องบ้าน-บ้าน : คอนโดฯครึ่งปีแรก เก็งกำไรตายหยังเขียด