บทนำ : งานรัฐบาล-งานสภา

สภาผู้แทนราษฎรชุดแรกภายหลังการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2560 ทำงานผ่านไปแล้ว 1 สมัยประชุม โดยเริ่มต้นสภาผู้แทนราษฎรทำหน้าที่ควบคู่กับวุฒิสภา คือ เลือกนายกรัฐมนตรี ต่อมาสภาผู้แทนราษฎรได้ทำหน้าที่เฉพาะตัวเอง นั่นคือพิจารณากฎหมาย และตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ซึ่งระยะเวลาที่ผ่านมาพบว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีหลายพรรคการเมือง มีแนวคิดแนวทางในการทำงานแตกต่าง

ความแตกต่างในการทำงาน แบ่งใหญ่ๆ เป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งคือพรรคร่วมรัฐบาล อีกฝ่า คือพรรคร่วมฝ่ายค้าน ขณะเดียวกันในแต่ละฝ่ายก็ยังมีการทำงานที่หลากหลาย เพราะแต่ละพรรคที่ได้รับการเลือกตั้งได้สัญญากับประชาชนเอาไว้ตอนหาเสียงว่าจะทำนั่นทำนี่ และเมื่อได้รับการเลือกตั้งแล้ว แต่ละพรรคจึงมีเป้าหมายที่ต้องดำเนินการตามคำมั่นสัญญา

กรณีที่ พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ผลักดันร่าง พ.ร.บ.รับราชการทหาร ฉบับพรรคอนาคตใหม่ ก็เช่นกัน พรรคอนาคตใหม่เคยเสนอแนวคิดเรื่องการจูงใจให้ชายไทยสมัครเป็นทหารโดยไม่ต้องเกณฑ์มาก่อน และเมื่อได้รับการเลือกตั้งเข้ามา จึงพยายามผลักดันตามสิ่งที่ได้สัญญา โดยร่างกฎหมาย กำหนดให้ชายไทยสมัครเป็นทหารกองประจำการแทนการเกณฑ์ มีการกำหนดสิทธิจูงใจหลายอย่าง อาทิ ให้สิทธิสมัครเข้ากองทัพ ให้โอกาสแข่งขันเป็นนายทหารชั้นประทวนหรือชั้นสัญญาบัตร ให้สิทธิการประกันชีวิต และประกันสุขภาพที่ครอบคลุมไปถึงครอบครัว รวมไปถึงมาตรการป้องกันการละเมิด โดยห้ามมิให้ผู้บังคับบัญชานำตัวไปรับใช้ส่วนตัว เป็นต้น

ไม่เพียงเฉพาะพรรคอนาคตใหม่เท่านั้นที่ผลักดันสิ่งที่ได้รับปากประชาชนไว้ พรรคอื่นๆ เช่นพรรคภูมิใจไทยก็เสนอร่างกฎหมาย 12 ฉบับ เพื่อผลักดันสิ่งที่เคยหาเสียงกับประชาชน อาทิ เรื่องกัญชา นอกจากนี้งานสภายังมีหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงแทนประชาชน ทั้งบอกเล่าเรื่องทุกข์ร้อน ทั้งตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ ทั้งเสนอแนะเพื่อประเทศชาติ ดังนั้น งานสภาจึงมีความสำคัญไม่แพ้งานรัฐบาล หากรัฐบาลทำงานดี สภาก็มีแต่ต้องชมเชย แต่ถ้ารัฐบาลทำงานไม่ครบถ้วน สภาย่อมต้องทักท้วง เพื่อให้เป้าหมายสูงสุด คือ ประเทศชาติมั่นคงและประชาชนมั่งคั่ง บรรลุผล

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon