09:00 INDEX อ่าน กระสวน กระบวน ดูด ต้องอ่าน “สมศักดิ์ เทพสุทิน”

25.09.19 | 08:18 น.

ในเมื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ยอมรับ หากมีส.ส.จากพรรค เพื่อไทย จะย้ายเข้าสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ในเมื่อ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ก็ยอมรับในความจำกัดของจำนวนส.ส.ที่มีอยู่


ข่าวเรื่องการใช้”พลังดูด” เพื่อสร้าง”ฟาร์มงูเห่า”จึงกลายเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างสูง

เพราะว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นอกจากเป็นรองนายก รัฐมนตรีแล้วยังดำรงตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคพลังประชารัฐ

เพราะว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ก็เคยร่วมเดินสายใช้”พลังดูด” กับ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ตั้งแต่ยังเป็น”กลุ่มสามมิตร”

Advertisement

แม้จะมีเสียงขู่จาก คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ว่ามีคลิปเสียง แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครหวาดหวั่นพรั่นพรึง

ปฏิบัติการการใช้”พลังดูด”ในห้วงก่อนที่ร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 จะบรรจุเป็นวาระในการประชุมสภาสมัยวิสา มัญในเดือนตุลาคมจึงมีความสำคัญ

สังคมมักจะมองเรื่อง”พลังดูด”เหมือนที่เคยปรากฏก่อนการเลือกตั้ง

ทั้งๆที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ยืนยัน

“การดูดและย้ายพรรคกันในระหว่างเป็นส.ส.แล้วมันทำยาก ไม่ใช่ง่าย มีเปอร์เซ็นต์ที่ทำได้คือ ต้องยุบพรรคเหมือนกรณีพรรคประชาชนปฏิรูปของ นายไพบูลย์ นิติตะวัน

แต่พรรคใหญ่ๆจะไปดูดข้ามพรรคมันเป็นไปไม่ได้”

กระบวนการดูดจึงแสดงออกเหมือนที่เห็นบนโต๊ะอาหารก่อน การประชุมเมื่อวันที่ 18 กันยายน

นั่นก็คือ ผูกมิตรเป็นราย เป็นเรื่องๆ

เหมือนกรณีที่มี 16 ส.ส.จากพรรคเพื่อไทยมีส่วนทำให้ญัตติจัดตั้งคณะกรรมาธิการงวิสามัญอันเกี่ยวกับ ECC ต้องตกไป

ตรงนี้ต่างหากคือกระบวนการ”ดูด”แบบใหม่

ต้องยอมรับว่า ไม่ว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ไม่ว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ไม่ว่า นายวิรัช รัตนเศรษฐ ล้วนมีประสบการณ์ผาดโผนในทางการเมืองมาอย่างยาวนาน

การแยกบทระหว่างที่เคยใช้ใน”กลุ่มสามมิตร”จึงต้องปรับ

ปรับให้เข้ากับสถานการณ์ใหม่ ปรับให้เข้ากับการเมืองแบบใหม่ รัฐธรรมนูญใหม่ที่ DESIGN มาให้โดยเฉพาะ