09.00 INDEX กระบวนท่า อนุทิน ชาญวีรกูล ​​​โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค

27.09.19 | 08:01 น.

ท่าทีและการแสดงออกของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ต่อโครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค เป็นท่าทีที่งดงามและควรถือเป็น “กรณีศึกษา”อย่างเป็นพิเศษ


​1 ไม่ลืมรากฐานและประวัติความเป็นมาของโครงการตั้งแต่ภายหลังการเลือกตั้งเมื่อเดือนมกราคม 2544

​จึงไม่เพียงแต่ 1 มีการเอ่ยถึงนามของ นายทักษิณ ชินวัตร ในฐานะนายกรัฐมนตรี และเอ่ยถึงนามของ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ในฐานะรัฐมนตรีคนแรกที่รับผิดชอบโครงการ

​ยิ่งกว่านั้น 1 ที่สำคัญยังเชิญ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เข้ามาอยู่ ในฐานะโครงการในวันนี้อีกด้วย

Advertisement

​เรียกได้ว่าไม่ลืมน้ำจากบ่อแรกที่ดื่มกิน

เจ้าของความคิดที่ผลักดันโครงการนี้มาแต่แรกย่อมเป็น “คุณหมอ หงวน” อย่างที่เรียกขานด้วยความสนิทสนม และคนที่”หมอหงวน”นำเสนอคือ”หมอเลี้ยบ”

​และเมื่อ”หมอเลี้ยบ”ไปนำเสนอ นายทักษิณ ชินวัตร ในฐานะหัวหน้าพรรคไทยรักไทยก็ได้รับการสนองอย่างอบอุ่น

​ความเป็นจริงนี้ย่อมตรึงตราอยู่ในความทรงจำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล อย่างแน่นอนเพราะไม่เพียงแต่เคยเป็นคนของ พรรคไทยรักไทยและเคยเป็นรัฐมนตรีช่วยสาธารณสุขอีกด้วย

​ท่วงทำนองที่รู้ต้นสายปลายเหตุโครงการ 30 บาท รักษาทุกโรคของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล จึงเป็นท่วงทำนองในแบบขงจื่อที่ตระหนักในบุญคุณและความเป็นจริง

​เหมือนกับที่คนไทยเคยสงสัยว่าเหตุใดเมื่อเติ้งเสี่ยวผิงมาเป็นแขกของรัฐบาลไทยเป้าหมายหนึ่งที่เติ้งเสี่ยวผิงไปเยือนคือบ้านใน ซอยสวนพลูของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช

​เพราะ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช คือนายกรัฐมนตรีที่ฟื้นความสัมพันธ์ปกติกับสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อปี 2518

ไทย-จีนมิใช่อื่นไกลเป็นพี่น้องกัน กล่าวสำหรับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล โดยรากฐานความเป็นมาของตระกูลก็เป็นคนไทยเชื้อสายจีนที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจและการเมือง

​การตระหนักในความเป็นจริงของ 30 บาท รักษาทุกโรค

​จึงไม่เพียงแต่สะท้อนคุณธรรมในแบบขงจื่อเยี่ยงคนไทยเชื้อสายจีน หากมองจากคุณธรรมทางการเมืองก็น่ายกย่อง

​อย่างน้อยก็เป็นแบบอย่างที่ดีที่ควรศึกษา จดจำ