ท่าทีและการแสดงออกของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ต่อโครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค เป็นท่าทีที่งดงามและควรถือเป็น “กรณีศึกษา”อย่างเป็นพิเศษ
1 ไม่ลืมรากฐานและประวัติความเป็นมาของโครงการตั้งแต่ภายหลังการเลือกตั้งเมื่อเดือนมกราคม 2544
จึงไม่เพียงแต่ 1 มีการเอ่ยถึงนามของ นายทักษิณ ชินวัตร ในฐานะนายกรัฐมนตรี และเอ่ยถึงนามของ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ในฐานะรัฐมนตรีคนแรกที่รับผิดชอบโครงการ
ยิ่งกว่านั้น 1 ที่สำคัญยังเชิญ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เข้ามาอยู่ ในฐานะโครงการในวันนี้อีกด้วย
เรียกได้ว่าไม่ลืมน้ำจากบ่อแรกที่ดื่มกิน
เจ้าของความคิดที่ผลักดันโครงการนี้มาแต่แรกย่อมเป็น “คุณหมอ หงวน” อย่างที่เรียกขานด้วยความสนิทสนม และคนที่”หมอหงวน”นำเสนอคือ”หมอเลี้ยบ”
และเมื่อ”หมอเลี้ยบ”ไปนำเสนอ นายทักษิณ ชินวัตร ในฐานะหัวหน้าพรรคไทยรักไทยก็ได้รับการสนองอย่างอบอุ่น
ความเป็นจริงนี้ย่อมตรึงตราอยู่ในความทรงจำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล อย่างแน่นอนเพราะไม่เพียงแต่เคยเป็นคนของ พรรคไทยรักไทยและเคยเป็นรัฐมนตรีช่วยสาธารณสุขอีกด้วย
ท่วงทำนองที่รู้ต้นสายปลายเหตุโครงการ 30 บาท รักษาทุกโรคของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล จึงเป็นท่วงทำนองในแบบขงจื่อที่ตระหนักในบุญคุณและความเป็นจริง
เหมือนกับที่คนไทยเคยสงสัยว่าเหตุใดเมื่อเติ้งเสี่ยวผิงมาเป็นแขกของรัฐบาลไทยเป้าหมายหนึ่งที่เติ้งเสี่ยวผิงไปเยือนคือบ้านใน ซอยสวนพลูของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
เพราะ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช คือนายกรัฐมนตรีที่ฟื้นความสัมพันธ์ปกติกับสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อปี 2518
ไทย-จีนมิใช่อื่นไกลเป็นพี่น้องกัน กล่าวสำหรับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล โดยรากฐานความเป็นมาของตระกูลก็เป็นคนไทยเชื้อสายจีนที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจและการเมือง
การตระหนักในความเป็นจริงของ 30 บาท รักษาทุกโรค
จึงไม่เพียงแต่สะท้อนคุณธรรมในแบบขงจื่อเยี่ยงคนไทยเชื้อสายจีน หากมองจากคุณธรรมทางการเมืองก็น่ายกย่อง
อย่างน้อยก็เป็นแบบอย่างที่ดีที่ควรศึกษา จดจำ

