ศ.ดร.ผาสุก เผยไทยติด 1 ใน 3 เหลื่อมล้ำด้านทรัพย์สินที่สุดในโลก ทำ ปชต.ยั่งยืนยาก

ศ.ดร.ผาสุก เผยไทยติด 1 ใน 3 เหลื่อมล้ำด้านทรัพย์สินที่สุดในโลก ทำ ปชต.ยั่งยืนยาก

เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. วันที่ 28 กันยายน ที่ห้องประชุม 14 ตุลา อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ มีการจัดเสวนาหัวข้อ ‘13 ปีรัฐประหาร 49 ก้าวพ้นหรือย่ำวนในวงจรของทรราช?’

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในเสวนามีผู้เข้าร่วมจำนวนมากจนที่นั่งไม่เพียงพอ ทั้งประชาชนทั่วไป นักศึกษาจากสถาบันต่างๆ รวมถึงกลุ่มคนเสื้อแดง เป็นต้น โดยในช่วงก่อนเสวนามีการเปิดคลิปวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์รัฐประหาร 2549 จากนั้นเข้าสู่ช่วงเสวนา

ศ.ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า อยากให้มองบริบททางเศรษฐกิจ สังคมของเหตุการณ์ด้วย อย่างในขณะนี้เราพูดกันมากว่าประเทศไทยเป็นสังคมผู้สูงวัย แต่เน้นไปที่ปัญหาสุขภาพว่าจะจัดการอย่างไร ปรากฏการณ์ของรัฐประหารเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านของรุ่นอายุ เกิดจากความรู้สึกที่ว่าคนรุ่นตนกำลังเสียอำนาจ ต้องหาวิธีคงอำนาจไว้ด้วยการรัฐประหาร ซึ่งจะไม่สำเร็จถ้ากองทัพไม่ได้มีบทบาทใหญ่ในการเมืองไทย โดยค่อนช้างชัดเจนว่ารัฐประหาร 49 ไม่ต้องการรัฐธรรมนูญ 40 เพราะได้เห็นอำนาจประชาชนที่เป็นชิ้นเป็นอัน

“มองย้อนหลังไปในปี 49 รัฐประหารคือความพยายามของคนรุ่นเก่าที่ต้องการย้อนไปสู่สิ่งที่ตัวเองคิดว่าคุ้นเคย คนอายุมากมีกระบวนการคิดแบบหนึ่ง มีความขัดข้องใจในการเปลี่ยนแปลงการเมืองไปสู่สากลโลกซึ่งหลายประเทศประสบความสำเร็จ เช่น อินเดีย มาเลเซีย รัฐประหารสะท้อนความต้องการของชนชั้นนำที่ไม่ต้องการความเปลี่ยนแปลง และพยายามดีงไว้ สิ่งที่ไม่พอใจคือรัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งเกิดจากการต่อสู้ของประชาชนอย่างยาวนาน โดยเป็นครั้งแรกที่พูดเรื่องการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นอย่างเป็นเรื่องเป็นราว มีการตั้งสถาบันใหม่ๆ ที่มีเป้าหมายให้ประชาชนมีส่วนร่วม มีศาลที่จะมาจัดการรัฐมนตรี ส.ส.ที่ทุจริตเป็นครั้งแรก โดยมีการดำเนินคดีจนติดคุกไปหลายคน หรือออกวงจรการเมืองอย่างน้อย 5 ปี” ศ.ดร.ผาสุกกล่าว

ศ.ดร.ผาสุกกล่าวต่อไปว่า โดยสรุปแล้ว สิ่งที่รัฐประหาร 49 ทำสำเร็จคือการยกเลิกรัฐธรรมนูญของประชาชน นอกจากนี้ สิ่งที่ตามมาให้ความรู้สึกเหมือนดูละครทีวี โดยรัฐประหาร 49 เป็น Episode หนึ่ง ละครบางทีพล็อตเปลี่ยนรัฐประหารก็คล้ายกัน กรณีปี 49 คนรุ่นเก่าในกองทัพทยอยขึ้นสู่อำนาจในหลายรูปแบบ แต่ไม่สำเร็จจึงมาซ้ำในปึ 57 ซึ่งเป็นการเรียนรู้จากปี 49 โดยเราเห็นกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่

ศ.ดร.ผาสุกกล่าวว่า ไทยยังเป็นสังคมเหลื่อมล้ำด้านทรัพย์สินติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลก การมีประชาธิปไตยยั่งยืนเป็นเรื่องยาก เพราะผู้มีทรัพย์สินมากๆ ไม่ประสงค์ที่จะกระจายทรัพย์สินส่วนการคอร์รัปชั่นหลังรัฐประหารพบว่าไม่ได้ลดลง สื่อไม่สามารถพูดถึงปัญหาคอร์รัปชั่นได้อย่างตรงไปตรงมา ถ้าต้องการลดคอร์รัปชั่น ต้องสนับสนุนประชาธิปไตย ไม่ใช่รัฐประหาร ทัศนคติของราชการต้องมองประชาชนเป็นเจ้านาย ไม่ใช่คนรับคำสั่ง อย่างอังกฤษ เมื่อประเทศเป็นประชาธิปไตย ท่านเซอร์ที่มีสถานะสังคมสูง บอกเลยว่าจากนี้ต่อไปเราต้องฟังเสียงเจ้านายของเราคือ “ประชาชน”

บทความก่อนหน้านี้‘ดีป้า’ จับมือ ‘บ.ภูเก็ตพัฒนาเมือง’ ปั้น ‘ซิตี้ ดาต้า แพลตฟอร์ม’ เพื่อการบริหารจัดการเมือง
บทความถัดไปผู้อ่านข่าวสาร 94 ระบุว่ารู้จักและใช้กูเกิล