“ธนาธร” ขอชาวสามพราน เทคะแนนให้ผู้สมัคร ออกไปเลือกตั้งเพื่อพิพากษา “บิ๊กตู่”

29.09.19 | 20:51 น.

“อนาคตใหม่” ปราศรัย ขอ “ชาวสามพราน” เทคะแนนเกิน 75,000 เสียง-ชนะเด็ดขาด เพิ่มที่นั่งในสภาฯ เขี่ยรัฐบาล “ตู่” เป็นเสียงข้างน้อย ด้าน “ธนาธร” ปลุก ปชช.เปล่งเสียงไล่เผด็จการ ลงคะแนนไม่ไว้วางใจรัฐบาลผ่านเลือกตั้งซ่อม 23 ต.ค.นี้


เมื่อเวลา 18.45 น. วันที่ 29 กันยายน ที่ตลาดพันล้าน อ.สามพราน จ.นครปฐม นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่(อนค.) นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค ร่วมปราศรัยหาเสียงช่วยนายไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร ว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.นครปฐม เขต 5 พร้อมส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ร่วมเวทีปราศรัย โดยมีประชาชนสนใจรับฟังกว่า 300 คน

นายธนาธร กล่าวว่า การเลือกตั้งซ่อมวันที่ 23 ตุลาคมนี้ จะเป็นการพิพากษาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาด้วยการลงคะแนนไม่ไว้วางใจโดยประชาชน ที่จะเป็นเสียงสะท้อนว่าเอือมระอากับความลำบากจากการที่มีนายกฯที่ไม่สนใจประชาชนและทำร้ายกระเป๋าสตางค์ของประชาชน ขอให้ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2557 ที่พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามาอยู่ในอำนาจโดยปืนและรถถัง และอยู่ในอำนาจโดยมีมาตรา 44 จากนั้นเข้าสู่อำนาจเป็นนายกฯสมัยที่สองด้วยรัฐธรรมนูญที่เขียนเอง มีคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ที่ใช้เวลาประกาศผลนานถึง 44 วัน เพื่อคำนวณสูตรส.ส.ที่ทำให้ 7 พรรคการเมืองที่ร่วมกันต่อต้านการสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)เป็นเสียงข้างน้อย จากที่ควรจะได้ 253 เสียง เหลือเพียง 246 เสียง และการที่ไม่ได้มาจากประชาชนทำให้การบริหารงานตลอด 6 เดือนที่ผ่านมาหลังจากการเลือกตั้ง เห็นว่าประเทศไทยไม่มีอะไรดีขึ้น ทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ มีจำนวนคนลงทะเบียนว่างงานเพิ่มมากขึ้น บ้านเมืองมีแต่ข่าวอาชญากรรม ฆ่าตัวตาย แต่กลับมีการใช้งบประมาณไปในเรื่องอื่นแทน

“การที่เรารณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อหวังแก้ปัญหา แต่เสียงสะท้อนจากประชาชน กลับบอกว่าให้ไล่พล.อ.ประยุทธ์ ออกไปจะดีกว่า ที่ผ่านมาเราไม่ได้วิจารณ์พวกเขาอย่างหยาบคายหรือมีอคติ แต่เพราะเห็นปัญหามากมาย ยืนยันว่าการตั้งพรรคอนาคตใหม่ ไม่ได้หวังผลประโยชน์เพื่อโกงกินหวังอำนาจ หรือหวังให้แกนนำพรรคร่ำรวยจากภาษีประชาชน หากพบว่ามี ผมจะไล่ออกจากพรรค และสัญญาว่าจะไม่มีเกิดขึ้นแน่นอน แต่เราต้องการลดอำนาจจากส่วนกลางลงและให้ต่างจังหวัดไปจัดสรรด้วยตัวเองให้มีการปฏิรูปกองทัพ ไม่ให้ประเทศไทยมีรัฐประหาร ต้องการสร้างรัฐสวัสดิการให้ผู้มีอำนาจรัฐรับใช้ประชาชน เพราะถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแปลงการเมืองที่สกปรก จึงขอแรงให้ประชาชนร่วมกันแสดงพลังเพื่อเปลี่ยนแปลงในวันที่ 23 ตุลาคมนี้ ” นายธนาธรกล่าว

Advertisement

ด้านนายปิยบุตร กล่าวว่า การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้มีความสำคัญ 3 ข้อต่อพรรคอนาคตใหม่ คือ 1.มี ส.ส.เพิ่มอีกหนึ่งคน และสร้างความเชื่อมั่นต่อสังคมว่าพรรคเราจะไม่ถูกยุบแน่นอนและยังอยู่ต่อ ถ้าใครมาพูดว่าเราจะถูกยุบคือโกหก และยังสำคัญต่อการทำงานในสภาฯของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ถูกสูตรพิสดารคำนวณเหลือ 246 เสียง เป็นเสียงข้างน้อย และเกิดกรณีที่นายธนาธรไม่ได้เข้าสภาฯ และนางจุมพิตา จันทรขจร ประสบอุบัติเหตุ เหลือ 244 เสียง ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลเหลือ 249 เสียง ทำให้เสียงสูสีกัน 2.หากได้ส.ส.เพิ่มอีกหนึ่งที่นั่ง จะได้ลุ้นในการลงมติในญัตติตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญศึกษาประกาศคำสั่งคสช.เพื่อสะสางการใช้อำนาจคสช.รวมทั้งญัตติในการตั้งคณะกมธ.ศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นต้น และ 3.ถ้าเราได้เสียงเพิ่มขึ้น จะทำให้รัฐบาลนี้กลายเป็นเสียงข้างน้อย จากการเลือกตั้งซ่อมในทุกพื้นที่ ที่จะส่งผลต่อการเปลี่ยนข้างรัฐบาล โดยมีพื้นที่อ.สามพรานเป็นจุดเริ่มต้น ถ้าเรามีเสียงในสภาฯเกิน 250 เสียง นายธนาธร ก็มีลุ้นที่จะเป็นนายกฯ ดังนั้นประชาชนที่ไม่ต้องการพล.อ.ประยุทธ์ ก็มีสิทธิ์ได้ลุ้นในครั้งนี้

“ใครที่หวังว่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา จะทำให้พล.อ.ประยุทธ์ ออกไป แต่ยังกลับเข้ามาด้วยเสียงโหวตจากส.ว.ร่วมด้วย 500 เสียงนั้น ขอให้เก็บความแค้น ความเสียใจ ความหงุดหงิดใจ จากปัญหาเศรษฐกิจปากท้องที่ไม่ดีเอาไว้ แล้วไปแสดงพลังในวันที่ 23 ตุลาคมนี้ เพราะทุกเสียงที่ให้เราจะเปลี่ยนรัฐบาลนี้ให้เป็นเสียงข้างน้อย และจะทำให้ธนาธรกลับมาเป็นนายกฯได้” นายปิยบุตร กล่าว

ขณะที่ น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า พรรคอนาคตใหม่ ไม่ต้องการชนะแน่นอน แต่ต้องการชนะให้เด็ดขาดแถม 75,000 คะแนน และไม่กังวลหากการเลือกตั้งเป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม จึงขอให้ประชาชนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งให้มาก เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ของประชาชนและขอให้ช่วยเฝ้าระวังการนับคะแนนในหน่วยเลือกตั้ง ไม่ให้เกิดปรากฏการณ์บัตรผี บัตรงอก บัตรเขย่ง ไฟดับ ปล้นเสียงของประชาชนไป