สถานีคิดเลขที่ 12 : เปิดกูเกิลดูหรือยัง : ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์

2.10.19 | 14:00 น.

เดิมที กูเกิล ก็เป็นเสิร์ชเอ็นจินยอดฮิตของชาวเน็ตอยู่แล้ว นับจากบริษัทก่อตั้งมา
21 ปี ตอนนี้มีคนมาช่วยโปรโมตให้ ก็ยิ่งดังขึ้นไปอีก

ไม่ว่าจะคุยประเด็นไหนก็มักมีมุขตามมาว่า เปิดกูเกิลดูหรือยัง

จากข่าวของเว็บไซต์ฟอร์บส์ (ที่ค้นหาได้ในกูเกิล) วันหนึ่งๆ มีการค้นหาข้อมูลสารพัดในกูเกิล 3,500 ล้านรายการ เรียกได้ว่ามหาศาลจริงๆ

ในจำนวน 3,500 ล้านนี้ กูเกิลเก็บข้อมูลไว้และมักจะสรุปปลายปีว่า ในปีหนึ่งๆ
มีหัวข้ออะไรที่คนค้นหามากที่สุด

ย้อนไปดูบันทึกของปีก่อน คำที่ค้นหา 5 อันดับแรกทั่วโลก คือ 1. World Cup มหกรรมฟุตบอลโลก จัดที่รัสเซีย และฝรั่งเศสคว้าแชมป์ 2. Avicii นักดนตรี-นักแต่งเพลงชาวสวีเดน 3. Mac Miller แร็พเปอร์ชาวอเมริกันที่จบชีวิตอันสั้นเมื่อปีก่อน

Advertisement

4. Stan Lee นักเขียนมือปั้นยอดมนุษย์ชาวอเมริกัน เสียชีวิตปีก่อนเช่นกัน แต่อายุยืน 95 ปี 5. Black Panther ภาพยนตร์ฮีโร่ของฮอลลีวู้ด โกยเงินไปมากมายก่ายกอง

สังเกตได้ว่าคำค้นยอดฮิตของกูเกิลล้วนเป็นเรื่องบันเทิง ในที่นี้รวมถึงฟุตบอลโลกที่เป็นมหกรรมกีฬาที่ให้ความบันเทิงระดับหยุดโลก เพราะธรรมชาติของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตต่างก็ต้องค้นหาเรื่องที่ตนเองสนใจ ไม่ว่าจะเป็นงานอดิเรก ความชอบ คลั่งไคล้ ไปจนถึงอัพเดตข่าวสถานการณ์

ฉะนั้นถ้าจะวิพากษ์วิจารณ์ว่าคนไทยส่วนใหญ่ใช้ไม่ได้ใช้กูเกิล หรือโซเชียลมีเดียกดดูในสิ่งที่เป็นประโยชน์ หรืออย่างเว็บไซต์หน่วยงานราชการก็ไม่ได้เข้าไปดู ก็เป็นคำวิจารณ์ที่แปลกอยู่เหมือนกัน เหมือนจะไม่ค่อยเข้าใจโลก หรืออยากเห็นโลกในแบบที่ตัวเองคิดก็ไม่ทราบได้

ความต้องการอยากให้อะไรๆ เป็นไปในแบบที่ตนเองต้องการนั้นเป็นเรื่องน่าวิตก
อยู่เหมือนกัน แม้จะเป็นเรื่องหวังดีก็ตาม

ยิ่งถ้ามีอำนาจที่จะทำให้เป็นไปตามความต้องการเมื่อใด อันนี้จะเสี่ยงต่อการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ

เราจะเห็นได้ว่า เผด็จการชั้นนำของโลกในประวัติศาสตร์ (ลองเปิดกูเกิลดูได้ว่ามีใครบ้าง) ล้วนอยากจะสร้างสังคมในรูปแบบที่ตนเองต้องการทั้งสิ้น แต่สิ่งที่จะทัดทานเผด็จการไว้ได้คือ ประชาธิปไตย เพราะเป็นระบอบที่เปิดให้ทุกคนมีส่วนร่วม

แม้ว่าประชาธิปไตยจะถูกบิดอยู่บ่อยๆ ว่าเป็นการใช้เสียงส่วนใหญ่ข่มเสียงส่วนน้อย แต่เรื่องที่บิดไม่ได้คือ คนในสังคมต้องพัฒนาประชาธิปไตยไปด้วยกันทั้งหมด ไม่ใช่ตั้งกลุ่มตั้งแก๊งอะไรขึ้นมาแล้วก็วาดๆ ระบายสีไปฝ่ายเดียว ว่าประชาธิปไตยต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แถมมีแผนปฏิรูปกับยุทธศาสตร์อะไร
ที่ปั้นๆ กันขึ้นมาเอง

กูเกิล ยูทูบ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ฯลฯ เป็นธุรกิจใหญ่ แต่ก็มีจุดคล้ายประชาธิปไตยตรงที่เปิดกว้างให้คนมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นสารประโยชน์ ทั้งทางวิชาการ ความคิดเห็น ความบันเทิง ฯลฯ ทั้งยังมีข้อมูลด้านลบ ข่าวปลอม ไหลเวียนอยู่ในโลกออนไลน์อย่างมหาศาล แต่ละสื่อก็ต้องพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อตอบสนองการใช้งานของผู้ใช้และสังคมให้ได้มากที่สุดและดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

จะได้ไม่ต้องมีใครคอยมาอบรมว่า ควรจะต้องใช้กูเกิล หรือโซเชียลมีเดียอย่างไร