“บิ๊กตู่” แหย่ “ปธ.สภาเกษตรกร” เจ้าของฉายา “ไอ้ก้านยาว” ฟื้นความหลัง 14 ต.ค. 16 โดนล้อมร.ร.นายร้อย กลับบ้านไม่ได้ บอกลืมหมดแล้ว แต่อย่าให้เกิดอีก วันนี้ขอช่วยกันเปลี่ยนประเทศ โว ต่างชาติอ้าแขนรับตั้งแต่เป็นคสช. ลั่น ก่อนตายขอทำหน้าที่ สี่สิบปีชายชาติทหาร ไม่เคยลืมชาติ-ศาสน์-กษัตริย์
เมื่อเวลา 14.10 น. วันที่ 3 ตุลาคม ที่ห้องมิราเคิล แกรนด์ บอลรูม เอ ชั้น 4 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานพิธีมอบนโยบายแก่สภาเกษตรกรแห่งชาติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งนายกฯ ได้ชี้ไปยังนายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ที่เคยเป็นผู้เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองของนักศึกษาในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และได้รับฉายา “ไอ้ก้านยาว” ที่นั่งร่วมรับฟังอยู่ พร้อมระบุว่า
“พี่ประพัฒน์ ทำให้ผมออกนอกโรงเรียนไม่ได้ เพราะเขาประท้วงกันอยู่บนถนน จำได้ว่าถือไม้ก้านยาวอยู่ แล้วมาเจอกันวันนี้ ก็แหย่กันมาตั้งนาน ตั้งแต่ผมเป็นหัวหน้าคสช.ท่านก็คงไม่โกรธผมหรอก เพราะชื่อเดียวกับพ่อผม วันนั้นมาแหย่ว่าท่านชื่อเดียวกับพ่อผม ท่านก็บอกว่าพ่อของเขาไม่เจตนาจะตั้งชื่อเขาให้เหมือนชื่อพ่อผม ก็ทำให้ผมเลิกแหย่ท่าน และโมโหไม่ได้ ตอนนั้นท่านถือไม้ก้านยาว ผมก็เรียนนายร้อยปีสาม จะได้กลับบ้านก็ไม่ได้กลับ เพราะอีตาคนนี้แหละ ผมลืมหมดแล้ว แต่อย่าให้เกิดขึ้นอีกเลย ทุกอย่างไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เราผ่านวันเวลากันมาเยอะพอสมควร 60-70 ปี เราเห็นประเทศไทยเป็นอย่างนี้มานานแล้ว ต้องช่วยกันเปลี่ยนประเทศไทย ให้เป็นประเทศที่มีความสงบสุข มั่นคง สันติ และต้องช่วยกันพัฒนา อย่าไปเสียเวลากับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง กับสิ่งที่มีคนพยายามทำให้ไม่เกิดประโยชน์กับเรา ต้องแก้ปัญหาที่ใกล้ตัว ปัญหาที่ไกลตัวก็เป็นไปตามกฎหมาย ไม่ใช่ปัดไปปัดมา แล้วก็โกรธ ทำให้ไม่ได้แก้ปัญหาตัวเอง นี่คือสิ่งที่เป็นอันตราย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกฯ กล่าวต่อว่า วันนี้ต่างประเทศก็ต้อนรับตนหมด ตนก็อธิบายไปหลายครั้ง ตั้งแต่เป็นหัวหน้าคสช. วันนี้ก็ยินดีกว่าเดิม เพราะเราเป็นประชาธิปไตย เลือกตั้งแล้ว เขาก็แถลงการณ์ยอมรับเราแล้ว จะเอาอะไรกันอีก ฉะนั้นเรื่องการเมืองก็ว่ากันไป
“ผมก็หวังที่ประชาชน ถ้ารักกันแบบนี้ ประเทศก็เดินหน้าไปได้ สิ่งที่รัก ไม่ใช่ให้มารักผม แต่ผมขอให้ประชาชนรักตัวเอง รักครอบครัว รักสังคม รักประเทศชาติ นี่คือสิ่งที่ผมหวัง ก่อนผมตายขอทำหน้าที่นี้เท่านั้นเอง นั่นคือหัวใจของผม หัวใจของอดีตชายชาติทหาร สี่สิบปีในชีวิตข้าราชการทหารของผมไม่เคยลืมความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัติรย์ และวันนี้ผมมาเป็นนายกฯ ก็มีคำว่าประชาชนเพิ่มเข้ามาด้วย เราจะต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” นายกฯกล่าว

