หากมองจากด้านของรัฐบาล หากมองจากด้านของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา การแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ 12 นักการเมือง นักวิชาการ ของกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้ามีความอ่อนไหว
อ่อนไหว 1 เพราะเป็นการกล่าวโทษว่ากระทำความผิดกฎหมายอาญา มาตรา 116
อ่อนไหว 1 เพราะในวงเสวนาเป็นแค่”คิดว่า”
ไม่ว่าจะพิจารณาความเห็นของ นางชลิตา บัณฑุวงศ์ จากคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในบริบทใดก็เสมอ เป็นเพียงแค่”คิดว่า”
นั่นก็คือ เป็น”ความ” มิได้เป็น”การ”
อ่อนไหว 1 ซึ่งสำคัญเป็นอย่างมากเท่ากับเป็นการสะเทือนโดยตรงไปยังรัฐบาล ไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
สิ่งที่กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าไม่พิจารณาให้รอบคอบรัดกุมก็คือ ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็น”นโยบาย”ของรัฐบาลอันผ่าน ความเห็นชอบในที่ประชุมรัฐสภาเมื่อเดือนกรกฎาคมมาแล้ว
เป็นความเห็นชอบตามข้อเสนอของรัฐบาล เป็นไปโดยชอบตามรัฐธรรมนูญทุกประการ
ที่สำคัญยังระบุว่าเป็นนโยบาย”เร่งด่วน”
ขณะเดียวกัน การตั้งเวทีเสวนา ณ ลานวัฒนธรรมปัตตานี เมื่อวันที่ 28 กันยายนของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยังเป็นส่วนหนึ่งของความเคลื่อนไหวโดยอนุวัติตามนโยบายของรัฐบาล
นั่นก็คือ ระดมความคิดและโยงประเด็นของรัฐธรรมนูญประ สานเข้ากับปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
อาการของกอ.รมน.ภาค 4 จึงไม่เพียงแต่กระทำการอันอาจจะแย้งขัดกับนโยบาย”เร่งด่วน”ของรัฐบาล หากแต่ยังรีบร้อน ดำเนินการโดยแสดงความวิตกแม้กระทั่ง”ความคิด”
ทำให้ไม่เพียงแต่จะแสดงว่าไม่อยากให้คิด และไม่อยากให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นในทางเป็นจริง
ในเมื่อกอ.รมน.ภาค 4 เป็นส่วนหนึ่งของกอ.รมน.ใหญ่ ขณะที่กอ. รมน.เป็นองค์กรหนึ่งในฝ่ายความมั่นคงในความกำกับของนายกรัฐมนตรี
จึงทำให้สามารถโยงยาวไปได้ถึงนายกรัฐมนตรีถึงรัฐบาล
ทำให้คิดได้ว่าแม้รัฐบาลจะบรรจุการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็น 1 ในนโยบาย”เร่งด่วน”
แต่แท้จริงแล้วรัฐบาลไม่ได้มีความต้องการที่จะทำจริงจัง

