หน้าแรก การเมือง ‘ธนาธร’ ปลุกถ...

‘ธนาธร’ ปลุกถ้าไม่แก้ รธน.ก็ล้มเผด็จการไม่ได้ ไม่หวั่นโดนฟ้อง กอ.รมน.ก็ต้องปฏิรูป

6.10.19 | 19:27 น.

‘ธนาธร’ ปลุกเดินหน้าแก้ รธน. บอกถ้าไม่แก้ก็ล้มเผด็จการไม่ได้ ยันไม่หวั่นโดนคดี ม.116 ลั่นเดินหน้าปฏิรูป กอ.รมน.


เมื่อเวลา 15.20 น. วันที่ 6 ตุลาคม ที่พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนค. ให้สัมภาษณ์ก่อนกิจกรรม “มาสิครับผมจะเล่าให้ฟัง” เนื่องในวันที่เปิดรับสมาชิกพรรคครบรอบ 1 ปี ว่า งานในวันนี้จัดขึ้นเพื่อครบรอบ 1 ปี ของการรับสมัครสมาชิก หลังได้รับการอนุมัติเป็นพรรคการเองอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2561 ดังนั้น วันที่ 6 ตุลาคม 2561 เราจึงเริ่มการสมัครสมาชิกของพรรคขึ้น เราจึงอยากเชิญชวนสมาชิกของเราที่สมัครแบบรายปีมาต่ออายุ และที่เราจัดงานวันนี้ขึ้นเพราะตรงกับวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ไทย คือ วันที่ 6 ตุลาคม 2519 ครบรอบ 43 ปี ก็หวังว่าสังคมไทยจะไม่ลืมเหตุการณ์ วันที่ 6 ตุลาคม ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดขึ้นซ้ำอีก

เมื่อถามว่า ระยะเวลา 1 ปี ของพรรค อนค.เป็นอย่างไรบ้าง นายธนาธรกล่าวว่า 1 ปี ที่ผ่านมา พรรคของเราทำผิดพลาดไปเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นในระดับกลยุทธ์ และระดับปฏิบัติการ แต่เราจะขอเรียนรู้จากเหตุการณ์ที่ผ่านมา แล้วจะสร้างพรรคที่แข็งแกร่ง ยึดโยงกับสมาชิก และมวลชนให้ก้าวไกลมากขึ้น ต่อจากนี้พรรคอนาคตใหม่จะเน้นการทำงานในสภาผู้แทนราษฎร จะทำให้ดีที่สุด ให้สมกับที่ประชาชนเลือกเราเข้ามา เราจะผลักดันกฎหมายที่ก้าวหน้า และนโยบายของพรรค ส่วนการสร้างพรรคเราจะพยายามเผยแพร่อุดมการณ์ของพรรค สร้างฐานสมาชิก และเงินการทำพรรคให้กว้างขวางขึ้น ส่วนสุดท้ายคืองานของส่วนท้องถิ่น อย่างที่เราประกาศไปแล้วว่า เราจะทำการเมืองท้องถิ่น โดยเฉพาะการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด โดยสรุปแล้วเราจะแบ่งการทำงานเป็น 3 ขา คือ การทำงานในสภา การสร้างพรรค และงานส่วนท้องถิ่น

เมื่อถามถึงการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคฝ่ายค้านนั้น นายธนาธรกล่าวว่า ไม่ช้าก็เร็วเราจะเดินไปถึงวันนั้นอยู่แล้ว เสียงของรัฐบาลไม่อาจทัดทานเสียงของประชาชนได้ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 นี้มีปัญหามาก ตั้งแต่ที่มาเนื้อหา และกระบวนการ เราต้องอาศัยความแน่วแน่ และการทำงานอย่างต่อเนื่อง นี่เป็นเรื่องของความฝันของยุคสมัย เป็นเรื่องของประชาชน จึงเรียนว่า หากแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้ประเทศก็ไม่สามารถเดินต่อไปข้างหน้าได้ แต่พรรคร่วมฝ่ายค้านเราเห็นตรงกันว่า จะไม่แตะในหมวด 1 และหมวด 2 ส่วนการปรับรูปแบบการเดินหน้าแก้รัฐธธรมนูญ ก็คงต้องพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านว่าจะจัดแบบใด ไม่ว่าจะเป็นแบบเวทีเสวนา หรือการปราศรัย ก็ไม่คิดว่าจะเป็นปัญหาอะไร เพราะเรามีเสรีภาพในการแสดงออก เราไม่มองเป็นมาตรา แต่เรามองว่าต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญ และร่างใหม่โดยประชาชนทั้งฉบับ

Advertisement

นายธนาธรกล่าวถึงการเตรียมตัวส่งผู้สมัครผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร ในนามพรรค อนค. ว่า พรรค อนค.มีบุคคลที่มีความรู้ความสามารถหลายคน ที่เข้ามาสมัครเป็นตัวแทนลงสมัคร แต่พรรคยังไม่ตัดสินในในตอนนี้ เพราะเรามุ่งไปที่การเลือกตั้งนายก อบจ.ก่อน หลังจากนั้นจะมาเน้นที่ระดับ กทม.

เมื่อถามถึงกรณีที่ตัวแทน 7 พรรคฝ่ายค้านและนักวิชาการ ถูกแจ้งข้อหาประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 โดย พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน.ภาค 4 นายธนาธรกล่าวว่า คิดว่าข้อหา มาตรา 116 ฐานยุยงปลุกปั่นสร้างความแตกแยก เป็นข้อหาที่ร้ายแรง ซึ่งในต่างประเทศไม่มีใครใช้ในการดำเนินคดีกับเวทีเสวนา เราเพียงจัดเสวนาให้ประชาชนเห็นถึงความไม่เป็นประชาธิปไตยที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นเพียงการรณรงค์อย่างสันติ เราเชื่อว่าไม่ผิด และความจริง คสช.เป็นองค์กรที่หายไปแล้วหลังการเลือกตั้ง แต่วันนี้ยังแฝงตัวอยู่ในรัฐบาลชุดนี้ บางส่วนแฝงอยู่ในกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) รูปแบบใหม่ที่มีอำนาจเพิ่มขึ้น ดังนั้น เราจะเดินหน้าต่อไป พร้อมกับการปฏิรูป กอ.รมน.ด้วย เพราะการใช้กรอบคิดที่มองประชาชนเป็นศัตรู ไม่สามารถทำให้ประเทศปรองดองได้ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีปัญหากับวิธีคิดแบบนี้มาก ที่มองผู้เห็นต่างทางความคิด เป็นคู่ขัดแย้ง ตนไม่คิดว่า เมื่อเข้าไปถึงยุติธรรมแล้ว ก็คงเหมือนคดีอื่นๆ ที่เราโดนกันมา เป็นคดีที่มีแรงจูงใจทางการเมือง มากกว่าจะมีความผิดตามตัวบทกฎหมายจริง เป็นมูลเหตุที่เราทำผิดกับความถูกใจของผู้มีอำนาจ จึงทำให้พวกเขาฟ้องพวกเรา เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฐานอำนาจของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ หากไม่แก้ก็ไม่สามารถล้มเผด็จการได้