บทนำ วันที่ 12 ตุลาคม 2562 : งดดูงานตปท.1ปี

บทนำ วันที่ 12 ตุลาคม 2562 : งดดูงานตปท.1ปี

บทนำ วันที่ 12 ตุลาคม 2562 : งดดูงานตปท.1ปี

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้หารือ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วย ศธ. และผู้บริหาร ศธ. ในเรื่องของการใช้งบประมาณ โดยขอความร่วมมือให้ทุกหน่วยงานรัดเข็มขัดงบประมาณของ ศธ. ขอให้ทุกสำนักและหน่วยงานงดการศึกษาดูงานต่างประเทศ 1 ปี ลดการจัดประชุมสัมมนาที่ใหญ่โต เพราะสามารถทดแทนได้ด้วยเทคโนโลยี รวมถึงการยกเลิกการจัดงานที่มีค่าใช้จ่ายสูง หรือยกเลิกงานอีเวนต์ในงานต่างๆ ที่มีค่าใช้จ่ายสูง และทบทวนงบประมาณที่ซ้ำซ้อน โดยนำระบบเทคโนโลยีของทุกหน่วยงานเข้ามาอยู่ส่วนกลางเพื่อง่ายต่อการบริหารจัดการข้อมูลไม่ให้เกิดความทับซ้อนกัน ซึ่งจะทำให้ข้อมูลมีความเป็นเอกภาพ

นายณัฏฐพลกล่าวต่อว่า ต้องการผลักดันการทำงานของทุกองค์กรหลักให้เป็นทีมเดียวกัน เลิกแบ่งเป็นแท่ง ได้มอบให้ทุกหน่วยงานไปพิจารณาการควบรวมการทำงานที่อาจมีความซ้ำซ้อนในแต่ละองค์กรหลัก ที่สามารถใช้บุคลากรลดน้อยลงกว่านี้ได้ เช่น งานฝ่ายต่างประเทศ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายเทคโนโลยี และฝ่ายกฎหมาย เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเรื่องนี้จะต้องไม่กระทบต่ออัตรากำลังเดิมที่มีอยู่ เพราะเรามีเรื่องหลายเรื่องที่จะต้องขับเคลื่อนร่วมกันภายใน ศธ. ตนเชื่อว่าการทำความเข้าใจร่วมกันครั้งนี้ จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาครัฐ ภาคเอกชน และนานาชาติที่จะเข้ามาสนับสนุนเห็นว่าเมื่อ ศธ.ดูแลงบประมาณในกระทรวงตนเองได้ ความมั่นใจในการร่วมมือกันจะมีเพิ่มมากขึ้น

การงดดูงานต่างประเทศ 1 ปี เพื่อประหยัดงบประมาณ เป็นแนวทางที่ดี เป็นความคิดที่ดีของ รมว.ศธ. ซึ่งทุกกระทรวงควรจะใช้เป็นแนวทางได้ แต่ก็ควรจำแนกแยกแยะ โดยพิจารณาจากประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นเป็นเหตุผลในการเดินทาง อาทิ งานประชุม ความร่วมมือ หรือเป็นกิจกรรมอื่นๆ ที่จะนำประสบการณ์มาพัฒนาการทำงานในประเทศไทยได้ แต่การดูงานต่างประเทศที่มีลักษณะนำเอางบประมาณมาพร่าผลาญหรือถลุง มีรายละเอียดการเดินทางที่ฟุ่มเฟือย เพื่อสนองประโยชน์ส่วนตัว หรือไปพบเห็นมาแล้ว ไม่ได้นำเอามาสังเคราะห์ ก็ควรจะควบคุมให้น้อยลง หรือระงับไป

บทความก่อนหน้านี้ตม.สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง ใช้แผนรองรับเที่ยวบินล่าช้าเหตุ ‘ฮากิบิส’ เข้าญี่ปุ่น
บทความถัดไป“พิพัฒน์” จับมือ “ภูมิใจไทย” ผุด 9 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใต้