ท่าทีระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้านในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 เริ่มสะท้อนลักษณะผ่อนปรน ถ้อยทีถ้อยอาศัย
เห็นได้จากเมื่อวิปฝ่ายค้านเสนอขยายจาก 2 วันเป็น 3 วันระหว่างวันที่ 18 จนถึง 19 ตุลาคม วิปฝ่ายรัฐบาลก็ไม่ขัดข้อง
อาจเพราะอย่างน้อยก่อนการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณก็มี พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กอง ทัพไทย กระทรวงกลาโหมไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์
อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง
กระนั้น ก็ยังถือได้ว่าเป็นการเริ่มต้นในเชิงประนีประนอมระหว่าง รัฐบาลกับฝ่ายค้านที่งดงาม
มีความมั่นใจเป็นอย่างสูงจากฝ่ายรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ทั้งในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและโดยเฉพาะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคพลังประชารัฐ
แม้ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล จะยอมรับว่า เสียงรัฐบาลเกินฝ่ายค้านมาเพียง 4 เสียง ก็ไม่กังวล
“เพราะ 18 พรรคร่วมรัฐบาลได้ยืนยันพร้อมโหวต”
อีกเหตุผลหนึ่ง เพราะ”รัฐธรรมนูญไม่ได้ห้ามรัฐมนตรี ดังนั้น สามารถลงมติได้”
ขณะที่ฝ่ายค้านอย่างน้อยก็มีส.ส. 2 คนที่หมดสิทธิอย่างสิ้นเชิงในการลงมติ นั่นก็คือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และรวมทั้ง นางจุมพิตา จันทรขจร ที่เพิ่งลาออกไป
ในความเป็นจริง ฝ่ายค้านเองก็ไม่ได้ดึงดันที่จะเอาชนะโดยมิได้คำนึงถึงเสียงที่มีอยู่
ลักษณะถ้อยทีถ้อยอาศัยจึงยังมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม
มีความเชื่อมั่น ไม่ว่าจะมาจากฝ่ายรัฐบาล ไม่ว่าจะมาจากฝ่ายค้านว่าร่างพ.ร.บ.งบประมาณผ่านแน่ในวาระแรก
ปมเงื่อนอยู่ตรงที่การหว่านเมล็ดพันธุ์ตลอด 3 วัน
และ 3 วันนี้จะไม่ส่งผลสะเทือนเฉพาะต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หากแต่จะมีแรงกระทบไปยังการตัดสินใจของประชาชนในการเลือกตั้งซ่อม โดยเฉพาะที่เขต 5 นครปฐม
นั่นก็คือ “ทนลุงไม่ไหว กา”อนาคตใหม่” หรือไม่

