ทนายเล่านาที ‘คณากร’ อ่านแถลงการณ์ อดีตผู้พิพากษายัน มีระเบียบฯชัดปมส่งสำนวนให้ภาคตรวจ

11.10.19 | 18:22 น.

ทนายจำเลยเล่านาที ‘คณากร’ อ่านแถลงการณ์ อดีตผู้พิพากษายัน มีระเบียบฯชัดปมส่งสำนวนให้ภาคตรวจ ชี้ อธิบดีทำความเห็นแย้งได้

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ที่ห้องจิตติ ติงศภัทย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.) ร่วมกับคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์, มูลนิธิผสานวัฒนธรรม และโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) จัดเสวนาทางกฎหมาย เรื่อง “คืนคำพิพากษาให้ผู้พิพากษา คืนความยุติธรรมให้ประชาชน”

นายอับดุลเลาะห์ หะยีอาบู ทนายความจำเลยคดีหมายเลขดำที่ 3428/2561 ศาลจังหวัดยะลา กล่าวว่า ศูนย์ทนายความมุสลิมจะให้การช่วยเหลือคดีเกี่ยวกับความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สำหรับคดีที่กล่าวกันตอนนี้ ไม่ใช่คดีที่ฟ้องในข้อหาความมั่นคง แต่นี่เป็นหนึ่งในนโยบายการให้ความช่วยเหลือของศูนย์ฯคือ หากบุคคลใดถูกบังคับใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่ หรือพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กฎอัยการศึก ซึ่งบุคคลที่เป็นจำเลยทั้ง 5 คนในคดีนี้ผ่านกระบวนการนั้นมาด้วย จึงให้การช่วยเหลือ ตอนแรกเข้าใจว่าคดีนี้ถูกฟ้องเกี่ยวกับความมั่นคงด้วย แต่สุดท้ายกลับไม่ได้ฟ้อง โดยพื้นที่ 3 จังหวัด 4 อำเภอภาคใต้จะมีอัยการพิเศษ โดยศาลภาค 9 เป็นโจทก์ทุกคดีที่เกี่ยวกับความมั่นคง แต่คดีนี้มีอัยการจังหวัดยะลาเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ศูนย์ฯได้ให้การช่วยเหลือตั้งแต่ขั้นแจ้งข้อกล่าวหา

นายอับดุลเลาะห์กล่าวว่า คดีนี้ นอกจากจำเลยทั้ง 5 แล้วยังมีอีกหลายคนที่ถูกควบคุมตัว ต่อมาบุคคลเหล่านั้นประมาณ 3-4 คน ไม่ถูกดำเนินคดี ไม่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา พร้อมให้การรับสารภาพว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง ก่อนจะถูกกันตัวเป็นพยาน ต่อมามีการร้องขอให้สืบพยานแบบลับหลัง แต่ระหว่างนำสืบ พยานเหล่านั้นยังเป็นพิรุธอยู่ ในการเบิกความได้ตอบวกไปวนมา บางครั้งนิ่งเฉยกับคำถามสักพัก โดยพฤติกรรมเหล่านี้บันทึกไว้ในคำเบิกความของพยานด้วย แสดงให้เห็นว่าแม้พยานจะรับสารภาพในชั้นของกฎหมายพิเศษ รวมทั้งการสอบในฐานะพยานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในช่วงการควบคุมตัวตามกฎหมายพิเศษ ก็เห็นว่ามีข้อแตกต่างและยังมีพิรุธอยู่มาก ซึ่งประเด็นเหล่านี้ถูกระบุอยู่ในคำพิพากษาและแถลงการด้วย

“แม้คดีนี้ศาลจะพิพากษายกฟ้อง แต่คำพิพากษาที่อ่านวันนั้นยังระบุให้ขังระหว่างอุทธรณ์ จำเลยทั้ง 5 คนยังอยู่ในเรือนจำจังหวัดยะลา ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาเราพยายามดำเนินการเรื่องขอประกันตัวแล้ว แต่เมื่อคุยกับญาติๆ ทราบว่าฐานะยากจน ต่อมาจึงติดต่อเพื่อขอทำเรื่องกับกองทุนยุติธรรมเรื่องหลักทรัพย์ประกันตัว ซึ่งใช้เงินประกัน 5 แสนบาทต่อคน” นายอับดุลเลาะห์กล่าว

Advertisement

นายอับดุลเลาะห์กล่าวอีกว่า คดีนี้เลื่อนอ่านคำพิพากษา ส่วนตัวไม่ได้เข้าฟังการพิจารณาคดี ดังนั้น การอ่านแถลงการณ์ รวมทั้งการใช้อาวุธยิงตัวเองในวันนั้นได้ทราบจากญาติของจำเลยอีกทีหนึ่ง โดยระบุว่าภายหลังอ่านคำพิพากษาแล้ว ญาติแจ้งว่ามีการพูดคุยระบายความรู้สึกเป็นเวลานานเกือบ 2 ชม. พร้อมสั่งให้มีการล็อกห้อง บอกกับญาติว่ามีการไลฟ์สด พร้อมบอกไอดีเฟซบุ๊กกับญาติๆ จำเลยและญาติบอกว่ามีการอ่านคำถวายสัตย์ปฏิญาณอีกครั้งก่อนจะยิง โดยมุมการยิงเหมือนหันข้างให้กับญาติ ระหว่างระบายความรู้สึก ญาติได้ร้องไห้ออกมา ผู้พิพากษาขอให้ทุกคนอย่าเพิ่งร้องไห้ ขอให้ช่วยฟังสิ่งที่จะพูด

ด้าน น.ส.สมลักษณ์ จัดกระบวนพล อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา กล่าวว่า เรื่องการรายงานคำพิพากษาให้อธิบดีผู้พิพากษามีมาตั้งนานแล้ว เพราะแต่ตนเป็นผู้พิพากษาราวปี พ.ศ.2515 ก็มีเป็นระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมอยู่แล้ว ในมาตรา 11 อีกทั้งในมาตรา 13 ยังระบุให้อธิบดีผู้พิพากษาภาคต้องมีอำนาจตามมาตรา 11 วรรค 1 ด้วย ดังนั้น ท่านมีอำนาจในการนั่งพิจารณา แม้ในคดีดังกล่าว อธิบดีผู้พิพากษาภาคจะไม่ได้เป็นองค์คณะ แต่ถ้ามีความประสงค์ด้วยเห็นว่าคดีนี้มีความสำคัญ ก็สามารถเข้ามานั่งพิจารณาพิพากษาโดยที่ไม่มีชื่อในองค์คณะได้ อย่างไรก็ตาม หากไม่เคยนั่งพิจารณาเลยก็สามารถตรวจสำนวนได้ หรือถ้าไม่เห็นด้วยกับผลคำพิพากษาก็สามารถทำความเห็นแย้งได้

น.ส.สมลักษณ์กล่าวว่า ทราบว่ากรณีนายคณากร เพียรชนะ มีการขัดแย้งกันกับอธิบดีผู้พิพากษาภาค 9 เพราะหากอธิบดีผู้พิพากษามีความเห็นไม่ตรงกับผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน สามารถทำความเห็นแย้งได้ ตนยืนยันว่ามีระเบียบระบุไว้เรื่องการส่งสำนวนให้ภาคตรวจก่อน อีกทั้งมีการกำหนดชัดเจนว่ามีคดีอะไรบ้าง ส่วนมากเป็นคดีอาญาที่มีโทษหนัก ไม่มีทางที่คู่ความจะไม่ทราบว่าคดีดังกล่าวต้องส่งภาคก่อน ในส่วนคดีอาญา เมื่อมีการสืบพยานเสร็จเรียบร้อย ต้องอ่านคำพิพากษาเสร็จภายใน 3 วันหลังจากเสร็จสำนวน แต่ถ้าเป็นคดีที่อยู่ในกฎระเบียบ ต้องส่งอธิบดีภาคตรวจก่อน ก็ต้องเขียนในรายงานให้คู่ความทราบ