นายกฯ ชี้ หากไม่ทำการเมืองแบบสร้างสรรค์ จะปฏิรูปต่อไม่ได้ แนะทุกฝ่ายร่วมมือกัน เลิกทะเลาะกันได้แล้ว
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะรัฐมนตรี(ครม.) คู่สมรส ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์ ทำความสะอาดคู คลอง ถวายพระราชกุศลและน้อมรำลึก เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่โรงเรียนช่างอากาศอำรุง และวัดธรรมาภิรตาราม เขตดุสิต โดยนายกรัฐมนตรี ได้เยี่ยมชมนิทรรศการ สายน้ำแห่งความห่วงใย สู่ไทยทั่วหล้า และได้ตรวจเยี่ยมคลองต้นแบบที่บำบัดน้ำเสีย โดยการเติมฟองอากาศ ปล่อยจุลินทรีย์ บำบัดน้ำเสีย โดยการฉีดน้ำผสมจุลินทรีย์ พร้อมร่วมทาสี ริมทางเท้า ราวเหล็ก และปรับภูมิทัศน์ ล้างพื้นถนนภายในวัด
ทั้งนี้ ระหว่างที่นายกรัฐมนตรีกำลังทาสี น.ส.ธนิกานต์ พรพงสาโรจน์ ส.ส.เขตดุสิต พรรคพลังประชารัฐ ได้เข้ามาแนะนำตัว พร้อมกล่าวว่า เป็นคนรุ่นใหม่ที่พร้อมทำงานกับคนรุ่นเก่า ซึ่งคนรุ่นเก่ามีประสบการณ์ ส่วนคนรุ่นใหม่มีไอเดีย ขณะที่นายกฯกล่าวตอบว่า ต้องไปศึกษาว่าระบบราชการเป็นอย่างไร กฎหมายอยู่ตรงไหน ซึ่งกฎหมายก็มีอยู่แล้วจะไปฝืนกฎหมายก็ไม่ได้ แต่หากจะแก้ไขก็ต้องเป็นไปตามช่องทาง วันนี้ต้องการสร้างความปรองดองและสมานฉันท์ หากจะด่าหรือว่าประเทศชาติก็เหมือนด่าตัวเอง ด่าบรรพบุรุษของตัวเอง ทั้งนี้ เมื่อนายกฯ พูดถึงช่วงนี้ น.ส.ธนิกานต์ ก็ได้กล่าวขึ้นว่า วันนี้หมดเวลาด่าประเทศชาติแล้ว เราต้องร่วมมือร่วมใจกัน แต่ก็ยังมีบางพรรคที่ทำอยู่ จากนั้น นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ได้กล่าวขึ้นมาว่า เรากำลังทำการเมืองสร้างสรรค์กันอยู่
จากนั้น นายกฯ ได้กล่าวว่า วันนี้ประชาชนแยกแยะกันออกแล้ว หากไม่ทำการเมืองสร้างสรรค์ การเมืองจะปฏิรูปต่อไปไม่ได้ โดยข้าราชการ รัฐบาล และประชาชน ต้องร่วมมือกัน นี่คือหลักการประชาธิปไตย หากร่วมมือกัน ประเทศไทยจะก้าวไกลและยั่งยืน ซึ่งรัฐบาลจะเริ่มต้นและประชาชนมาร่วม จึงต้องมาดูว่าอะไรทำได้และทำไม่ได้ อย่างไรก็ตาม นักการเมืองทั้งรุ่นเก่า รุ่นกลาง และรุ่นใหม่ต้องไปด้วยกัน แต่มีบางคนชอบว่าประเทศเหมือนชอบว่าตัวเอง
“มาทาสีวันนี้ก็ให้นายกฯ อบรมการเมืองไปด้วย ยืนยันว่ามาทำกิจกรรมวันนี้ไม่ได้ต้องการจะมาดราม่า แต่เป็นการกระตุ้นสร้างแรงจูงใจในการทำกิจกรรม และขอให้เลิกทะเลาะกันได้แล้ว ขณะนี้เลยช่วงหาเสียงมาแล้ว เดี๋ยวจะมีคนว่ามาหาเสียงอีก ทั้งนี้กิจกรรมในวันนี้เป็นการย่อให้เห็นว่าเราได้ทำอะไรกันบ้าง ส่วนที่เหลือก็ไม่ได้ทำวันนี้วันเดียว” นายกรัฐมนตรีกล่าว
จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้กราบนมัสการและสนทนาธรรมกับเจ้าอาวาสวัดธรรมาภิรตาราม และได้รับมอบหลวงพ่ออู่ทอง รวมถึงคณะรัฐมนตรีได้รับมอบเช่นกัน ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ได้ร่วมทำบุญกฐินสามัคคีช่วยเหลือวัด 1,000 บาท ก่อนที่จะเยี่ยมชมโครงการจิตอาสา สาธิตการจัดทำถังดักไขมัน
นายกรัฐมนตรีได้กล่าวก่อนเดินทางกลับ ว่า “นี่คือสิ่งหนึ่งที่ช่วยแบ่งเบาภาระรัฐบาล เป็นเรื่องที่ทุกหน่วยงานต้องร่วมกัน รวมถึงการรักษาแหล่งน้ำ ดังนั้น เราต้องรักษาทุกอย่างไว้ให้ได้ ซึ่งมีหลายหน่วยงานหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้องช่วยกันทั้งหมด วันนี้เป็นการทำกิจกรรมเพื่อให้เห็นว่าเราต้องดูแลรักษาประเทศชาติ ในเรื่องอะไรบ้าง ที่ผ่านมาก็เป็นการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม การรักษาสิ่งแวดล้อม แต่ทั้งหมดแก้ไขได้ด้วยตัวพวกเราทุกคน นี่แหละคือสิ่งที่บ้านเมืองต้องการในวันนี้ คือการพูดคุยกันในเรื่องเหล่านี้ ในประเด็นที่มีความสำคัญกับตัวเราเอง และกับประเทศชาติโดยส่วนรวม ส่วนเรื่องอื่นว่าตามขั้นตอนไป อย่ามาตีกัน เข้าใจไหม วันนี้ไม่พูดเรื่องอื่น บ๊ายบาย กลับละ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกิจกรรมนี้จัดพร้อมกันทั่วประเทศ ในการปรับปรุงภูมิทัศน์และทำความสะอาดคูคลอง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกในพระมหากรณาธิคุณ โดยครั้งต่อไป จะมีขึ้นในวันที่ 18 ตุลาคม – 23 ตุลาคมนี้

