หน้าแรก การเมือง “สมัชชาคนจน” ...

“สมัชชาคนจน” บุกทำเนียบฯ ทำพิธีจุดธูปเรียกวิญญาณ ขอเจอ“แรมโบ้อีสาน” หลังเบี้ยวไม่มาพบ

14.10.19 | 17:34 น.

“สมัชชาคนจน” บุกทำเนียบฯ ทำพิธีจุดธูปเรียกวิญญาณ ขอเจอ “แรมโบ้อีสาน” หลังเบี้ยวไม่มาพบ พร้อมออกแถลงการณ์หนุนแก้รัฐธรรมนูญ สร้างประชาธิปไตยกินได้ การเมืองที่เห็นหัวคนจน


เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อเวลา 15.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมสมัชชาคนจนซึ่งปักหลักชุมนุมอยู่บริเวณริมคลองผดุงกรุงเกษม ด้านข้างกระทรวงศึกษาธิการ ได้รวมตัวกันและเดินมายังทำเนียบรัฐบาล บริเวณประตู 5 ด้านถนนราชดำเนิน เพื่อขอพบนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้อีสาน กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อสอบถามความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาให้กับกลุ่มสมัชชาคนจน โดยกลุ่มผู้ชุมนุมระบุว่า นายสุภรณ์ ผัดวันประกันพรุ่ง บอกว่าจะออกมาพบกลุ่มผู้ชุมนุมตั้งแต่เมื่อช่วงเที่ยงของวันเดียวกันนี้แล้ว แต่ก็ไม่ได้เจอแม้แต่เงา ทางกลุ่มสมัชชาคนจนจึงได้จุดธูปทำพิธีเรียกวิญญาณลงหม้อกลางถนน ตามความเชื่อของทางภาคอีสาน เพื่อขอให้ได้พบนายสุภรณ์

จากนั้นเวลา 16.15 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มสมัชชาคนจนได้ออกแถลงการณ์ “เพื่อพ้นจากความจนจึงต้องเดินขบวน” โดยระบุว่า สมัชชาคนจน (สคจ.) เป็นองค์กรชาวบ้านที่มีสมาชิกทั้งคนจนในชนบท และคนจนในเมือง พวกเราเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายการพัฒนาของรัฐ และได้รับความเดือดร้อนจนไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ตามวิถีปกติ พวกเราจึงต้องรวมตัวกันออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหานับตั้งแต่ปี พ.ศ.2538 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 20 ปี ผ่านมาแล้ว 10 รัฐบาล การแก้ไขปัญหาก็ยังไม่ได้ข้อยุติแต่อย่างใด

ปัจจุบันสมัชชาคนจนมีเรื่องร้องเรียนต่อรัฐบาล 35 กรณี เช่น ปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ปัญหาการสร้างเขื่อนทำให้สูญเสียที่ดิน สูญเสียอาชีพ ปัญหาการประกาศเขตป่าทับที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน และถูกขับไล่ออกจากที่ดินตามนโยบายทวงคืนผืนป่า ปัญหาการประกาศเขตที่ดินสาธารณประโยชน์ทับที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน ปัญหาการละเมิดสิทธิแรงงาน เป็นต้น สาเหตุของปัญหาเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เกิดมาจากนโยบายการพัฒนาและการใช้อำนาจของรัฐในการออกกฎหมายที่ไม่เห็นหัวคนจน เพื่อแย่งชิงทรัพยากรและขูดรีดแรงงานของพวกเราเพื่อไปพัฒนาเมือง พวกเราหยุดการเคลื่อนไหวไปประมาณ 10 ปีเพราะปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศเป็นปัญหาหลักในสังคม และเมื่อมีการรัฐประหารในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พวกเราก็มีความเห็นร่วมกันว่าต้องคัดค้านการรัฐประหารและจะไม่สังฆกรรมกับเผด็จการ แต่ในปัจจุบันมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และรัฐบาลได้ทำหน้าที่บริหารมาเป็นเวลาพอสมควรแล้ว โดยเฉพาะหากนับเวลารวมไปกับห้าปีที่ผ่านมา ก็ถือได้ว่ารัฐบาลทำหน้าที่มาอย่างยาวนาน และเพียงพอที่จะรับรู้เรื่องราวปัญหาต่างๆของสมัชชาคนจนได้เป็นอย่างดี จึงเป็นเวลาอันสมควรที่พวกเราจะออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาได้แล้ว

Advertisement

การชุมนุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องสิทธิอันพึงมีพึงได้ของเรา ซึ่งมิได้หมายถึงเพียงแค่กรณีปัญหาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าที่ยืดเยื้อยาวนานเท่านั้น หากแต่ยังหมายรวมถึงการเรียกร้องสิทธิทางนโยบายที่รัฐบาลประกาศออกมาลิดรอนละเมิดสิทธิ และยังหมายถึงความตั้งใจของพวกเราที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นรัฐธรรมนูญตามระบอบประชาธิปไตยอย่างที่พวกเราเรียกว่า “ประชาธิปไตยที่กินได้ การเมืองที่เห็นหัวคนจน” อย่างมั่นคงและเท่าเทียม พวกเราได้เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยให้รัฐบาลต้องฟังเสียง เอาปัญหาของพวกเราเป็นตัวตั้งเฉพาะกลุ่มเฉพาะราย และรัฐต้องกระจายอำนาจการตัดสินใจไปสู่ชุมชนและท้องถิ่นเพื่อให้พวกเรามีอำนาจในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งที่ดิน น้ำ ป่า แร่ เป็นต้น และได้รับความเป็นธรรมจากการจ้างงาน ด้วยเหตุผลข้างต้น สมัชชาคนจนจึงได้จัดการชุมนุมและขอประกาศยืนหยัดในการปักหลัก จนกว่าจะเกิดการเจรจาอย่างเสมอหน้ากับฝ่ายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเพื่อให้ได้ข้อยุติที่เป็นรูปธรรมต่อไป