“เพื่อไทย” จัดแกนนำพรรค จัดติวเข้ม ส.ส.ก่อนการอภิปรายซักฟอกงบฯ 63 “สุทิน” แย้ม ตั้ง 12 นายหมู่ลูกเสือเปิดประเด็น แล้วให้สมาชิกตบรายละเอียด
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 ตุลาคม ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคพท. ได้เชิญแกนนำ และคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค รวมถึงส.ส.พรรคพท. มาประชุมเตรียมความพร้อมในส่วนของเนื้อหาในการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบฯ 63 โดยหัวใจหลักของการอภิปรายจะชี้ให้เห็นว่าการจัดงบประมาณครั้งนี้ไม่สามารถตอบโจทก์การแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศได้
โดยนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ว่า ฝ่ายค้านต้องการเวลาอภิปราย 20 ชั่วโมง เนื่องจากมีเนื้อหารายละเอียด และบุคคลที่ต้องการอภิปรายจำนวนมาก จึงหวังว่ารัฐบาลจะเข้าใจ และจากการพูดคุยก็เห็นว่ารัฐบาลมีท่าทีที่อ่อนลง เบื้องต้นคาดว่าทั้ง 3 วัน จะเริ่มประชุมตั้งแต่เวลา 09.00 ถึง 24.00 น. และหากตกลงกันไม่ได้ ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะเป็นผู้ตัดสินใจ ส่วนรูปแบบการอภิปรายจะใช้วิธีแบบลูกเสือ คือ มีผู้อภิปรายทั่วไปก่อน จากนั้นนายหมู่จะเป็นผู้เติมเต็มสรุปข้อมูลเป็นบางช่วง เพื่อให้เนื้อหาครอบคลุม เบื้องกำหนดตัวนายหมู่ไว้ 12 คน แบ่งตามหมวด เช่น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส. กทม. นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ และตนเอง สำหรับเนื้อหาภาพรวมจะเน้นชี้ให้เห็น 4 ประเด็นหลัก คือการใช้งบฯให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนหรือไม่ แก้ปัญหาตอบโจทย์ประเทศได้สูงสุดหรือไม่ ใช้งบประมาณได้ถูกต้องตามระเบียบหรือไม่ และสุดท้ายจัดงบประมาณมีความโปร่งใสถูกต้องหรือไม่ โดยจะชี้ให้เห็นเหตุผลว่าเหตุใด ฝ่ายค้านจึงไม่สามารถยกมือสนับสนับสนุนให้กับ พ.ร.บ.งบประมาณ ฉบับนี้ได้ พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้จ้องล้มรัฐบาล หรือเอางบประมาณมาเป็นเกมการเมือง แต่ต้องทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ เพราะหาก พ.ร.บ.ไม่ผ่านสภา รัฐบาลก็ยังสามารถเสนอร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่ เข้ามาภายใน 1-2 เดือน และยังสามารถเบิกจ่ายงบประมาณที่จำเป็นได้ล่วงหน้า จึงไม่กระทบกับการใช้จ่ายงบประจำของแต่ละกระทรวง
เมื่อถามถึงกรณีที่ระบุว่าฝ่ายค้ายอาจจะยอมให้ผ่านงบฯ ในวาระรับหลักการนั้น นายสุทิน กล่าวว่า จะมีข้อสรุปในวันสุดท้าย หลังจากหารือร่วมกับ 7 พรรคฝ่ายค้าน ส่วนจะยกมือให้ผ่าน หรือ งดออกเสียง ขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะรับฟังคำแนะนำและนำไปปรับปรุงหรือไม่ เชื่อว่าจะไม่มีงูเห่าหรือมีใครแตกมติพพรรค รวมถึงพรรคร่วมฝ่ายค้านก็ยืนยันไปในทิศทางเดียวกัน
นายสุทิน กล่าวอีกว่า ในการอภิปรายงบประมาณ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ แกนนำพรรคเศรษฐกิจใหม่ จะยังไม่ร่วมอภิปรายในครั้งนี้ เพราะแสดงความต้องการตั้งแต่ต้นว่าจะขออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเท่านั้น ขณะเดียวกัน ฝ่ายค้านจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญ ตีความว่า ส.ส. ที่เป็นรัฐมนตรี สามารถโหวตผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณได้หรือไม่ เนื่องจากมีการตั้งข้อสังเกตว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน จึงจะต้องมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความเพื่อเป็นบรรทัดฐานในการอภิปรายครั้งต่อไป
นายสุทิน กล่าวถึงกรณีนักกิจกรรมการเมืองเรียกร้องให้ส.ส.งดออกเสียงให้การสนับสนุน ร่างพระราชกำหนดโอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ.2562 ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจเป็นการเสนอกฎหมายไม่ถูกต้อง เหมือน พ.ร.ก.ชะลอการบังคับใช้กฎหมายส่งเสริมสถาบันครอบครัวก่อนหน้านี้ ว่า หากมีการโต้แย้งมาก็พร้อมนำข้อมูลมาพิจารณา แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องขอดูรายละเอียด เนื้อหา เหตุผลและความจำเป็นในร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวก่อน ส่วนจะโหวตสนับสนุนหรือไม่นั้น พรรคฝ่ายค้านยังไม่ได้มีการหารือกันในเรื่องนี้


