ชลบุรีป่วน! อดีตผู้สมัครส.ส.จ่อนำสมาชิก150 คน ลาออกจากพรรคอนาคตใหม่

 “นิพนธ์ แจ่มจำรัส” ประกาศรวมอดีตผู้สมัคร ส.ส.อนาคตใหม่และสมาชิก ลาออกจากพรรค 22 ตุลาคมกว่า 150 คน เพราะพรรคฝ่าฝืนกติกา

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ที่ร้านอาหารครัวคุณเอ๋ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี  นายนิพนธ์ แจ่มจำรัส อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ชลบุรี เขต 2 กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวของสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ที่เห็นว่าทางพรรคไม่ปฏิบัติตามกฎ และกติกาที่พรรคตั้งขึ้นมา ที่สำคัญยังมีคำกล่าวว่า มีอำนาจพิเศษในการพิจารณาผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่นด้วย ทำให้บรรดาสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ทั่วประเทศไม่พอใจ และประสานงานกับตนมา ยืนยันว่าจะลาออกจากสมาชิกพรรคอนาคตใหม่กว่า 150 คนแล้ว โดยจะไปลาออกจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในวันที่ 22 ตุลาคมนี้ พร้อมทั้งมีการแถลงข่าวถึงจุดยืนในการลาออกครั้งนี้อีกด้วย

นายนิพนธ์กล่าวอีกว่า เกี่ยวกับการตั้งกลุ่มเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้ง อบจ.ชลบุรีนั้น ตนเหมือนกับถูกหลอก เพื่อให้พรรคอนาคตใหม่มีการดีเบตกัน ครั้งแรกมาประสานงานกับกลุ่มของตน ปรากฏว่ามีบางคนในพรรคอนาคตใหม่เข้ามาสังกัด โดยมีการประสานงานทั้ง ผู้ช่วย ส.ส. หรือคณะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่เข้ามาฝากให้ลงสมัคร ส.อบจ.ชลบุรี ทั้งที่กติกาของพรรคได้วางไว้แล้วว่า ในการตัดสินใจส่งผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง อบจ.นั้น จะเป็นเรื่องของคณะกรรมการสรรหาเท่านั้น จุดนี้ก็เป็นการทำผิดกฎ กติกาของพรรคที่ตั้งไว้แล้ว พอตนไม่เห็นด้วย ก็มีการตั้งกลุ่มสัตหีบ และกลุ่มพัทยาขึ้นมา และดึงคนของตนไปหมด สุดท้ายทางพรรคก็ไม่ให้กลุ่มของตนเข้าไปดีเบตด้วยเช่นกัน

“การกระทำของพรรคอนาคตใหม่ครั้งนี้ ได้มี ส.ส.บางคนออกมาแก้ข่าว ชี้แจงไม่ชัดเจนแก้ตัวไปแบบน้ำขุ่นๆ หลักการที่พรรคอนาคตใหม่ตั้งขึ้นมา ฝ่าฝืนกติกาที่ตั้งไว้ทั้งหมด ทำให้สมาชิกพรรคอนาคตใหม่หลายคนไม่พอใจ และมองว่าเป็นวาทกรรมทางการเมืองเท่านั้น จึงได้รวมตัวและลาออกจากพรรคอนาคตใหม่” นายนิพนธ์กล่าวและว่า หากมองในข้อเท็จจริงการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ผ่านมา ได้ส่งผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง 320 เขตเลือกตั้ง และพรรคอนาคตใหม่มี ส.ส.ประมาณ 80 กว่า มีตำแหน่ง ผู้ช่วย ส.ส. ผู้ชำนาญการ และผู้เชี่ยวชาญคนละ 8 ตำแหน่ง ปรากฏว่าอดีตผู้สมัคร ส.ส.ที่สอบตก เข้าไปอยู่ในตำแหน่งที่กล่าวมาไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ แสดงให้เห็นว่าทางพรรคอนาคตใหม่ไม่ให้ความสำคัญของบรรดาผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. คิดแต่ว่าจะเอาคนรุ่นใหม่เข้าไปทำงาน ซึ่งผิดหลักการในการสร้างฐานการเมืองให้เข้มแข็ง

นายนิพนธ์กล่าวอีกว่า จากการวิเคราะห์ของตนที่อยู่ในวงการเมืองมานานเห็นว่า พรรคอนาคตใหม่นั้นได้ให้ความสำคัญกับ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ เนื่องจากการเลือกตั้ง ส.ส.ทุกแห่งทั่วประเทศ ส่วนใหญ่ผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่มาเป็นลำดับที่ 2 มีฐานคะแนนประมาณ 20,000 คะแนน ล่าสุดการเลือกตั้งที่ จ.เชียงใหม่ คนของพรรคอนาคตใหม่มีฐานคะแนนถึง 60,000 คะแนน จึงเน้นไปในเรื่องคะแนนของระบบบัญชีรายชื่อมากกว่า เพราะเมื่อได้คะแนนเลือกตั้ง ส.ส.จำนวนมากเท่าใด ก็สามารถสร้าง ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อได้มากเช่นกัน

นายนิพนธ์กล่าวว่า เมื่อหันมามองการเลือกตั้งท้องถิ่น การยึดโยงของประชาชนกับนักการเมืองท้องถิ่นที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งจะมีความสำคัญ เพราะส่วนใหญ่รู้จักกันดี จึงเห็นว่าพรรคอนาคตใหม่เดินแนวทางที่ผิด ไม่ให้ความสำคัญของผู้ลงสมัคร ส.ส.ในเขตพื้นที่ เพียงหวังว่าจะอาศัยเด็กรุ่นใหม่เข้ามาทำงานการเมือง และเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เท่านั้นเอง การที่กลุ่มของตน และกลุ่มอนาคตใหม่ชลบุรีไม่ได้รับการคัดเลือกเข้าไปดีเบตถือว่าเป็นเรื่องที่ดี จะได้รู้ว่ากฏ กติกาของพรรคที่ตั้งขึ้นมานั้น และไม่ได้มีการปฏิบัติตาม ที่สำคัญยังมีอำนาจพิเศษของมาใช้ในการพิจารณาตัวผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง อบจ.อีกด้วย ทำให้หลายคนที่เป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่เห็นความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นภายในพรรค จึงตัดสินใจลาออกจากพรรคอนาคตใหม่จำนวนมากอีกด้วย

ทางด้าน น.ส.เสาวลักษณ์ สุริยาทิพย์ อดีต ส.ส.ชลบุรี 2 สมัยกล่าวว่า การตัดสินใจไม่เอานายจิรวุฒิ ลงสมัครนายก อบจ.ชลบุรีในนามของพรรคอนาคตใหม่นั้นถือว่าเป็นการเสียโอกาสอย่างมาก เพราะสนามเลือกตั้ง อบจ.ชลบุรี ครั้งนี้มองดูแล้ว ต้องใช้ตระกูล “สิงห์โตทอง” ลงสู้เท่านั้นถึงจะสมศักดิ์ศรี

บทความก่อนหน้านี้2 นักบินอวกาศหญิงอเมริกัน สร้างประวัติศาสตร์ ‘เดินอวกาศ’ เป็นครั้งแรก (คลิป)
บทความถัดไป‘คอมเซเว่น’ ยิ้มแฉ่งรับไอโฟน 11 ขายไทยวันแรก ลูกค้าแห่จองสูงสุดทุบสถิติเดิม