หน้าแรก การเมือง โค้งสุดท้ายอภ...

โค้งสุดท้ายอภิปรายงบ’63 ‘บิ๊กตู่’ โต้ยิบทุกข้อครหา ซัดกลับ ปมรบ.ไม่ทำตามสัญญาหาเสียง ท้า ไว้เป็นก็มาทำให้ได้แล้วกัน

19.10.19 | 19:16 น.

โค้งสุดท้ายอภิปรายงบ’63 “บิ๊กตู่” โต้ยิบทุกข้อครหา ซัดกลับ บอกรบ.ไม่ทำตามสัญญาหาเสียง ชี้ ที่ผ่านมาก็ผิดสัญญาทั้งนั้น ท้า ไว้เป็นก็มาทำให้ได้ก็แล้วกัน แย้ม เริ่มชิน วันหน้าขอทำงานสภาดีกว่า โก้หรู ไม่ร้อนรุ่ม


เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม เวลา 17.50 น.​ ที่รัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลุกขึ้นชี้แจง โดยช่วงหนึ่งได้ตอบโต้ในกรณีที่ ส.ส.ซีกฝ่ายค้านได้อภิปรายทวงถามนโยบายจากการหาเสียงของพรรคร่วมรัฐบาลว่า ได้ขับเคลื่อนตามที่สัญญาไว้กับประชาชนหรือยังว่า สำหรับการอภิปรายที่บอกว่า “นโยบายหาเสียงไม่สามารถปฏิบัติได้จริงนั้น ผมเคยพูดไปแล้ว นโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลกับ พรรคร่วมฝ่ายค้าน รวมกันแล้ว ถ้าต้องทำทั้งหมด เป็นเงิน 2.2 ล้านล้านบาท เมื่อเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็ต้องมาพิจารณาดูสิว่า แต่ละเรื่องควรจะต้องทำแค่ไหนอย่างไรเป็นระยะที่หนึ่งก่อน วันหน้าค่อยทำกันต่อไป ไม่ใช่ว่าไปสัญญาแล้วไม่ทำหรือผิดสัญญา ทุกรัฐบาลที่ผ่านมาก็เป็นแบบนี้แหละมั้ง เพราะมันทำไม่ได้จริงหรอกครับ ต้องมองข้อเท็จจริงกับผมบ้าง เอาไว้ใครมาเป็นรัฐบาลก็มาทำให้ได้ก็แล้วกัน”

ทั้งนี้ ช่วงหนึ่งระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจง นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ลุกขึ้นประท้วงโดยอยากให้ประธานได้ควบคุมการอภิปราย เพราะประชาชนโทรมาบอกว่า ต้องการฟัง พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงด้วยความเข้าใจ อยากให้กำชับให้พูดช้าลง ขณะที่ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ระบุว่า “แม้การชี้แจงของ พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่มีอะไรผิดข้อบังคับการประชุม แต่ข้อเสนอแนะของนายคารม ถือว่า เป็นสิ่งที่ดี เพื่อทำให้ประชาชนเข้าใจ” ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ผมต้องขอโทษประชาชนทางบ้าน ที่ต้องพูดเร็ว เพราะเวลาจำกัด ตนต้องรักษาเวลา เพื่อให้สมาชิกได้อภิปรายด้วย”

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนยืนยันว่า รัฐบาลไม่ถังแตก เพราะมีเงินคงคลังที่สามารถเบิกจ่ายได้ก่อน ส่วนข้อหาว่า ตนขูดรีดภาษีคนจน ยืนยันว่าไม่ได้ขูดรีด จัดเก็บภาษีเท่าเทียมกันหมด ยกเว้น เกษตรกรไม่จัดเก็บ ตนไม่กลั่นแกล้งใคร กำไรมากต้องเสียมาก ใครทำผิดตนก็ยอมไม่ได้ ทุกคนต้องเสียภาษีให้ครบ คนรวยต้องเสียภาษี ขณะนี้นิติบุคคลต้องเสียภาษี ซึ่งตนเตรียมให้ให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องตรวจสอบทั้งหมดไ ม่ว่าจะเป็นนิติบุคคลระดับใด สำหรับการลงทุนในโครงการของรัฐ ที่เสนอขอจัดสรร รวม 9 หมื่นล้านบาท ยืนยันว่า เพียงพอ เพราะหลายโครงการรัฐบาลให้เอกชนร่วมลงทุน อย่างไรก็ตามรัฐบาลไม่ใช่เจ้าของบริษัท อย่าเข้าใจว่ารัฐบาลทำอะไรก็ได้ เพราะมีหน้าที่อำนวยความสะดวก ออกกฎหมาย เป็นต้น

Advertisement

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ที่ระบุว่าเอกชนจะได้รับที่ดินทอง มูลค่าสูง กรณีพื้นที่มักกะสัน เอกชนจะได้พื้นที่ไปบริหาร จำนวน 140 ไร่ จากเนื้อที่ทั้งหมด 745 ไร่ ทั้งนี้เอกชนไม่ได้ที่ดิน แต่ต้องเช่าโดยรัฐบาลจะได้รายได้จากค่าเช่าระยะ 40 ปี รวม 5.8 หมื่นล้านบาท และหลังจากสิ้นสุดสัญญาเช่าทรัพย์สินต้องโอนให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย ส่วนสัญญากับเอกชนที่ระบุว่าไม่เปิดเผยนั้น ตามกฎหมายระบุว่าสัญญาจะเปิดเผยได้หลังจากการลงนามแล้ว 30 วัน ขณะที่พื้นที่ที่จะส่งมอบให้เอกชนลงทุน ล่าสุดมีจำนวน 72 เปอร์เซ็นต์ของโคงการที่พร้อมส่งมอบ

“ที่ท่านท้วงว่าโครงการชิม ช้อป ใช้ ควรยกเลิก ต้องไปบอกประชาชน ให้มาบอกผมเพื่อยกเลิก เพราะตัวเลขที่ได้จากโครงการไม่ใช่ตัวเลขที่หลอกลวง เพราะมีตัวเลขที่ยืนยันได้ว่าประชาชนเขาพอใจ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว และว่า “ผมพูดเร็ว เพราะต้องประหยัดเวลา พูดมา 2 คืน 3 วันก็เลยหวัดหน่อย ถ้าคิดหวัดกว่านี้อีกในหัวผมเนีย ทุกท่านต้องช่วยผมคิดในสภาแห่งนี้ ผมต้องชื่นชม ผมเริ่มชินแล้ว แต่ยังเสียงดังอยู่บ้าง อาจจะมีท่าทีไม่สง่างาม หรือสมาร์ทเหมือนทุกท่าน ผมก็เป็นของผมแบบนี้แหละ พยายามทำอย่างเต็มที่ ผมเริ่มคุ้นเคยแล้ว วันหน้ามาทำงานสภาดีกว่า สภาโก้หรู สวยงามเย็นสบาย ไม่ร้อนรุ่มเลย”