หลังจากเริ่มพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 มาตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค. ต่อมาเวลา 20.15 น.วันที่ 19 ต.ค.อันเป็นวันที่สามของการพิจารณา นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภา ได้ขอมติของสภา เพื่อรับหลักการหรือไม่รับหลักการในวาระแรก ทั้งนี้ มีสมาชิกแสดงตนเป็นจำนวน 488 คน จากเต็ม 500 คน ลงมติรับหลักการ 251 คน ไม่รับหลักการ 1 คน งดออกเสียง 234 คน
ผลการลงมติทำให้รัฐบาลถอนหายใจโล่งอกเพราะเท่ากับว่า ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ได้ผ่านความเห็นชอบ ในวาระ 1 อันเป็นด่านแรกเป็นที่เรียบร้อย จากนั้นตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ 64 คน แปรญัตติภายใน 30 วัน ก่อนนำเข้าพิจารณาในวาระ 2 และ 3 ต่อไป ทั้งนี้ สภามีเวลา 105 วัน ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นี้ให้เสร็จเรียบร้อย นับจากเมื่อรับร่างจากรัฐบาลเมื่อวันที่ 7 ต.ค.
ที่น่าจับตา ได้แก่ การที่่ฝ่ายค้าน ตัดสินใจ พลิกเกมด้วยการงดออกเสียง รวมแล้ว 234 เสียง และก่อนหน้าการประชุม มีความวิตกกังวลว่า จะเกิดการลงมติที่สวนกับแนวทางของพรรค โดย ส.ส.ที่เรียกว่า “งูเห่า” โดยคาดหมายว่า อาจจะมี ส.ส.ฝ่ายค้านบางพรรคไปตอบตกลงการทาบทามของอีกขั้วการเมือง ขณะที่ทางฝ่ายค้านออกข่าวเช่นกันว่า อาจจะมีงูเห่าจากฝั่งรัฐบาล ลงมติไม่รับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ซึ่งทั้งหมดนี้ เป็นผลจากการที่รัฐบาลมีเสียงปริ่มน้ำ ขณะที่ฝ่ายค้านมีเสียงน้อยกว่ารัฐบาลไม่ถึง 20 เสียง
อย่างไรก็ตาม ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น หลังจากพิจารณาชั้นกรรมาธิการแล้ว ยังเหลือวาระ 2 และ 3 ที่สภาจะต้องโหวตเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ทั้งฉบับ หากรัฐบาลแพ้มติย่อมหมายถึงวิกฤตเพราะต้องลาออก ซึ่งอาจจะนำไปสู่บรรยากาศหวาดผวางูเห่า เหมือนก่อนลงมติวาระ 1 ที่เพิ่งผ่านไป อย่างไรก็ตาม ประชาชนคาดหวังว่า ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านต้องทำงานเต็มที่ ตรงไปตรงมาตามหลักการ เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์จากงบประมาณมากที่สุด

