เวทีปราศรัยใหญ่ในพื้นที่เขต 5 นครปฐม เมื่อตอนเย็นวันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม ระหว่างพรรคอนาคตใหม่ที่ตลาดธันยา กับ พรรคประชาธิปัตย์ที่ศาลพ่อแกสะแกพลอย มีความสำคัญ
สำคัญไม่เพียงเท่ากับเป็นการประชันระหว่างพรรคเก่าแก่อย่าง พรรคประชาธิปัตย์กับพรรคใหม่เอี่ยมอย่างพรรคอนาคตใหม่
หากยิ่งกว่านั้นคือ ยุทธศาสตร์ในการเลือกตั้งที่สวนทางกัน
พรรคอนาคตใหม่เสนอยุทธศาสตร์การเลือกตั้งในพื้นที่ เขต 5 นครปฐม มีลักษณะเป็น “โดมิโน” ทางการเมืองจะนำไปสู่การเปลี่ยน ดุลกำลังระหว่างฝ่ายค้านกับรัฐบาล
พรรคประชาธิปัตย์ไม่เสนอยุทธศาสตร์อะไรแต่เห็นว่านี่เสมอเป็น เพียงการต่อสู้ในระดับท้องถิ่น เฉพาะสามพราน นครปฐม เท่านั้น
คำถามก็คือ ผู้มีสิทธิ “เลือกตั้ง” คิดอย่างไร
ต้องยอมรับว่าแม้พื้นที่นครปฐมจะเป็นพื้นที่ในความยึดครองของตระกูลใหญ่ “สะสมทรัพย์” มาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ไม่ว่าจะสัง กัดพรรคการเมืองใด
ไม่ว่าพรรคเอกภาพ ไม่ว่าพรรคความหวังใหม่ ไม่ว่าพรรคไทย รักไทย ไม่ว่าพรรคพลังประชาชน ไม่ว่าพรรคเพื่อไทย
แต่ในการเลือกตั้งล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคม 2562 เกิดเปลี่ยนแปลง
แม้ว่าตระกูล “สะสมทรัพย์” จะยังรักษาคนเอาไว้ได้แต่ก็สูญเสียหลายพื้นที่ให้กับพรรคอนาคตใหม่ รวมถึงพื้นที่ เขต 5 นครปฐม เขตนี้ด้วย
ในการเลือกตั้งซ่อมพรรคอนาคตใหม่ไม่เพียงประกาศจะรักษาพื้นที่หากแต่ได้ยกระดับการเลือกตั้งจากระดับ”ท้องถิ่น”ให้มีลักษณะเป็นภาพสะท้อนไปสู่ระดับ “ทั่วประเทศ”
นั่นก็คือ ทน “ลุง”ไม่ไหว กา “อนาคตใหม่”ถล่มทลาย
วันที่ 23 ตุลาคม จึงเท่ากับเป็นการหยั่งเสียงประชามติทางการเมืองที่สำคัญอีกครั้งหนึ่งว่า ประชาชนจะคิดไปในแนวทางใด
คิดไปในแนวทางเดียวกับ “พรรคอนาคตใหม่”
หรือคิดไปในแนวทางเดียวกับ 1 พรรคประชาธิปัตย์ และ 1 พรรคชาติไทยพัฒนา ที่จำกัดกรอบการเลือกตั้ง ส.ส.ให้ดำเนินไปในลักษณะ เดียวกันกับการเลือกตั้ง ส.จ.
การตัดสินใจของชาวสามพรานที่เป็น “ท้องถิ่น” จะขยายกรอบให้ กลายเนการเมือง “ระดับชาติ” ได้หรือไม่
วันที่ 23 ตุลาคม ประชาชนจะให้ “คำตอบ”

