เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ อดีตประจำสำนักเลขาธิการนายกฯ รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ตลอดเวลา 5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณเพิ่มสูงขึ้นเกือบทุกปี โดยปี 2558 กู้ชดเชยงบขาดดุลฯ 250,000 ล้านบาท ปี 2559 กู้ชดเชยงบขาดดุลฯ 390,000 ล้านบาท ปี 2560 กู้ชดเชยงบขาดดุลฯ 550,000 ล้านบาท ปี 2561 กู้ชดเชยงบขาดดุลฯ 550,000 ล้านบาท ปี 2562 กู้ชดเชยงบขาดดุลฯ 450,000 ล้านบาท และปี 2563 กู้ชดเชยงบขาดดุลฯ 469,000 ล้านบาท
“น่าตกใจ ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ กำลังจะสร้างตัวเลขกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ สูงมากกว่า 2.659 ล้านล้านบาท ในขณะที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งช่วงเวลาที่ผ่านมาถูกกล่าวหาจากรัฐบาลประยุทธ์ต่างๆ นานานั้น เมื่อพิจารณารายละเอียดการจัดทำงบประมาณ กลับพบตัวเลขที่ชัดเจนว่า ตลอด 3 ปีที่บริหารประเทศ มีการกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณลดน้อยลงทุกปี และจำนวนรวมก็น้อยกว่าอย่างชัดเจนด้วย ปี 2555 กู้ชดเชยงบขาดดุลฯ 400,000 ล้านบาท ปี 2556 กู้ชดเชยงบขาดดุลฯ 300,000 ล้านบาท ปี 2557 กู้ชดเชยงบขาดดุลฯ 250,000 ล้านบาท และภาพรวมตลอด 3 ปี ไม่เพียงตัวเลขลดน้อยลง อย่างเห็นได้ชัดเท่านั้น แต่ตัวเลขโดยรวม ก็เพียง 950,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ประเด็นที่เป็นสาระสำคัญมากกว่าตัวเลขการขาดดุลมากน้อย แท้จริงแล้วขึ้นอยู่กับความจำเป็นที่จะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ และใช้เม็ดเงินงบประมาณเพื่อลงทุนในโครงการที่เกิดประโยชน์กับประชาชนจริงๆ” น.ส.ชยิการะบุ
น.ส.ชยิการะบุอีกว่า ถ้ายกอคติในใจออกไป และมองด้วยใจเป็นกลาง จะเห็นความแตกต่างของการใช้งบประมาณของ 2 รัฐบาล อย่างเห็นได้ชัด รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์จัดทำงบประมาณโดยให้ความสำคัญกับการลงทุนในนโยบายที่ก่อให้ประชาชนเกิดรายได้ก่อน เพราะเมื่อประชาชนมีเงินจับจ่ายใช้สอย ประเทศก็มีรายได้เพิ่มขึ้น ยกตัวอย่างโครงการรับจำนำข้าว เป็นนโยบายที่ใช้งบประมาณเพื่อสร้างโอกาสให้ชาวนาผู้มีรายได้น้อย ด้วยการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าไปสู่กระเป๋าของชาวนาโดยตรง ให้ครอบครัวชาวนาราว 15 ล้านคนของประเทศได้มีกำลังจับจ่ายใช้สอย ร้านค้าขายของได้ เมื่อเศรษฐกิจโดยรวมดีขึ้น รัฐบาลเก็บภาษีได้มากขึ้น สังเกตได้จากตัวเลขเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณที่น้อยลงทุกปี เพราะประเทศมีรายได้เพิ่มขึ้นทุกปี ขณะที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งกู้เงินชดเชยงบขาดดุลมากขึ้นเกือบทุกปี ตัวเลขข้างต้นสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลประยุทธ์หารายได้เข้าประเทศไม่พอกับรายจ่ายของประเทศ เมื่อประชาชนจนลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคเกษตรที่รัฐบาลประยุทธ์ละเลย ปล่อยให้ชาวบ้านทำมาหากินตามยถากรรม รัฐบาลจัดทำงบประมาณให้ความสำคัญกับด้านความมั่นคงในมิติทางทหารมากกว่าการคำนึงถึงความมั่นคงของประชาชน
“จึงเป็นหนึ่งในหลายสาเหตุที่ส่งผลให้รัฐไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้ตามเป้า สังเกตได้จากการจัดสรรงบประมาณไปใช้กับกระทรวงกลาโหมในการซื้ออาวุธ ซึ่งมาจากต่างประเทศ เป็นงบประมาณที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ และยังทำให้เม็ดเงินไหลออกนอกประเทศ ดังนั้นก่อนที่จะมีการนำตัวเลขงบประมาณมาเปรียบเทียบและแปรความตัวเลขโดยขาดความเข้าใจในเศรษฐกิจภาพรวม เพียงเพื่อตีกิน โจมตีคนอื่นเพื่อให้รัฐบาลของพวกตัวเองดูดี ก็อยากให้รัฐบาลประยุทธ์ได้ช่วยพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบด้วยว่า การพยายามเหยียบหัวคนอื่นเพื่อให้ตัวเองดูดี ดูสูงขึ้นนั้น ไม่ได้ทำให้ตัวเองดูดีในสายตาประชาชนเลย และควรใช้เวลาที่คิดแต่จะโจมตีคนอื่น ไปพัฒนาตัวเอง เอาเวลาไปคิด-ทำนโยบายหรือใช้เวลากับการหาวิธีแก้ไขปัญหาให้ประชาชนบ้าง ก็อาจจะมีประโยชน์กับตัวเองและสังคมมากกว่า” น.ส.ชยิการะบุ

