บิ๊กเซอร์ไพรส์-บิ๊กแดง เกมการเมือง?-มิติใหม่

23.10.19 | 11:24 น.

หมายเหตุ – ความเห็นกรณี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. เข้าชี้แจงที่ประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา
————-

สุทิน คลังแสง
ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.)

กรณีที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เดินทางมาชี้แจง กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ ด้วยตัวเอง เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ที่ผ่านมานั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ทาง ผบ.ทบ. ให้เกียรติมาชี้แจงต่อ กมธ.ของสภา ต้องขอขอบคุณท่าน ที่ปฏิบัติเหมือนกับทุกคนที่เวลาสภาเชิญบุคคลใดมาชี้แจง เชื่อว่าการมาชี้แจงด้วยตัวเองจะเป็นประโยชน์ต่อทางกรรมาธิการมากกว่าการให้ตัวแทนเข้ามาชี้แจง เพราะหากให้ตัวแทนมาชี้แจงข้อมูลที่ได้รับ แน่นอนมันก็จะไม่เหมือนกับการที่ได้ตัวจริงมาชี้แจง

สภาก็ทำหน้าที่เหมือนองค์กรเป็นตัวแทนของประชาชน ถ้าหากทุกฝ่ายให้ความร่วมมือก็จะเป็นสิ่งที่ดี ปัญหาหลายปัญหามันจะแก้ได้ด้วยกลไกของสภา การที่บุคคลที่เกี่ยวข้องกับประเด็นโดยตรงมาชี้แจงด้วยตัวเองมันก็จะเป็นประโยชน์ ขณะที่ทางสภาเองก็ต้องตรวจสอบและซักถามตามจุดประสงค์และเป้าหมายที่ชัดเจน ถ้าชัดเจนก็จะเป็นประโยชน์และเป็นผลดี จึงมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีและจะเป็นบรรทัดฐานเป็นตัวอย่าง และข้อมูลที่ได้รับก็จะได้ครบถ้วนและเคารพกลไกของสภาผู้แทนฯ กลไกของประเทศอีกด้วย อย่างไรก็ตาม เมื่อทุกฝ่ายให้เกียรติมาชี้แจงด้วยตัวเอง ทางสภาต้องมีกรอบการทำงานและมีเป้าหมายและทิศทางในการหาข้อเท็จจริง


ผศ.ดร.ฐิติวุฒิ บุญยวงศ์วิวัชร
อาจารย์คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ม.เชียงใหม่

การเล่นการเมืองหรือไม่เล่นการเมืองนั้น ในลักษณะของวิธีคิดทางรัฐศาสตร์ กองทัพคือบทบาทของสถาบันทางการเมืองรูปแบบหนึ่งอยู่แล้ว สำหรับการที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. มาอธิบายกับกรรมาธิการด้านความมั่นคง ส่วนตัวคิดว่าเป็นลักษณะของการประนีประนอม ถ้ามองในแง่บวก การที่มาอธิบายกับกรรมาธิการแบบนี้ ซึ่งเราอยู่ในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ฉะนั้นสถาบันทางด้านการเมืองที่มีกองทัพเป็นส่วนหนึ่ง ต้องยอมรับการทำหน้าที่ของกลไททางรัฐสภา การมาตอบคำถามในครั้งนี้ ไม่อยากให้เป็นครั้งแรกและครั้งเดียว ต่อไป ถ้า พล.อ.อภิรัชต์เลือกที่จะมาเดินในเส้นทางที่จะมาทำหน้าที่ต่อรัฐสภาตามแบบนี้ สิ่งที่อาจจะต้องคำนึงต่อไปในอนาคตหากจะเปลี่ยนทิศทางบทบาททางด้านเมือง ส่วนตัวคิดว่าขึ้นอยู่กับผลในด้านการทำงานของ พล.อ.อภิรัชต์ ในปัจจุบัน สรุปแล้วเป็นการประนีประนอม เพราะถ้าไม่มาอธิบายต่อรัฐสภา ท้ายที่สุดผลเสียจะตกกับตัว ผบ.ทบ.เอง

Advertisement

ถามว่าในมุมมองของการเป็นปรากฏการณ์นั้น ปกติสังคมไทยผ่านรัฐบาลทหารมาค่อนข้างยาวนาน แต่วิธีคิดด้านความมั่นคงไทยคือ ความมั่นคงเป็นของทหาร พลเรือนไม่เกี่ยว แต่ถ้าคุณยังเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย กองทัพต้องอยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือน ในหลายๆ ส่วนกองทัพต้องเปิดใจ เปิดโอกาสเชื่อฟังรัฐบาลพลเรือนด้วย ไม่ได้หมายถึงรัฐบาลในปัจจุบันเท่านั้น แต่ต่อไปในอนาคตต้องมีการฟังและอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลพลเรือนให้อยู่ในกรอบในร่องในรอย คือนอกจากเชื่อมั่นในรัฐธรรมนูญแล้ว ต้องเชื่อมั่นในระบบรัฐสภาด้วย

ปัจจุบัน พล.อ.อภิรัชต์ มีบทบาทในลักษณะเฉพาะของตัวเองด้วย และลักษณะเฉพาะของกองทัพด้วย ฉะนั้น จึงไม่ได้เป็นตัวแทนของกองทัพทั้งหมดแต่เป็นบุคลิกของตัวเองในบางเรื่อง อย่างไรก็ตาม เมื่ออยู่ในฐานะผู้นำกองทัพ เหมือนกับว่าบทบาทของตัวเองเป็นผู้นำทั้งกองทัพด้วย และบทบาทส่วนตัวด้วย ต้องแยกให้ชัดในการเป็นลูกของ พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ (อดีต ผบ.สส.) กับกองทัพบก ดังนั้น ถ้า พล.อ.อภิรัชต์ จะเข้าสู่การเมืองในอนาคต ต้องปลดบทบาทของตัวเองออกจากกทัพ

ในอนาคตถ้าจะมาเล่นการเมืองอย่างที่มีคนตั้งข้อสงสัย คิดว่าไม่สามารถเล่นบทบาทแข็งกร้าวได้ ที่สำคัญต้องมีภูมิต้านทานแรงเสียดสีให้มากขึ้นกว่าปัจจุบันพอสมควร ถามว่าการพูดคุยครั้งนี้จะเป็นการตั้งธงที่ดีต่อการพิจารณางบกองทัพหรือไม่ มองว่า นี่เป็นจุดเริ่มต้นที่น่าจะพูดคุยกันได้มากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่านำไปสู่การประนีประนอมทั้งหมด เรื่องงบประมาณ ส่วนตัวมองว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับบทบาทการมาพูดคุย แต่เป็นงบที่ตั้งไว้อยู่แล้ว จึงเป็นคนละส่วนกัน


ผศ.ดร.วีระ เลิศสมพร
อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ม.พะเยา

การที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ให้สัมภาษณ์สื่อในสถานการณ์แบบนี้ว่าไม่เล่นการเมือง ส่วนตัวขอสงวนความเชื่อไว้ครึ่งต่อครึ่ง อนาคตจะเป็นตัวตัดสิน เพราะบางครั้งสถานการณ์ก็มีโอกาสที่จะพาให้ พล.อ.อภิรัชต์ ลงเล่นการเมือง เป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน แต่เข้าใจว่าที่ พล.อ.อภิรัชต์ พูดไปก็เพื่อให้สังคมได้คลายปมว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ประมาณว่าเป็นทหารมืออาชีพ ส่วนจะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้มากน้อยแค่ไหนนั้น ถ้าเป็นบุคคลทั่วไปที่ติดตามข่าวสารก็แล้วแต่ว่าจะเชื่อได้มากน้อยแค่ไหน แต่สำหรับผมเชื่อว่าคงจะมีทั้งผู้ที่เชื่อและไม่เชื่อ ในฐานะนักวิชาการคงไม่เชื่อ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะประสบการณ์ในอดีตที่ผ่านมา หลายท่านก็กล่าวว่าจะไม่ลงเล่นการเมือง เมื่อเวลาผ่านไปจะเห็นว่าโลดแล่นอยู่ในเส้นทางการเมืองอยู่เสมอๆ

ที่ผ่านมาเรามักไม่เห็นผู้บัญชาการกองทัพเข้าชี้แจงกับกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ และส่วนตัวยังไม่นึกว่าจะมีกรณีที่เป็นข่าวฮือฮา เนื่องจาก พล.อ.อภิรัชต์จะไม่เข้าชี้แจง แต่สุดท้ายก็เข้าชี้แจงแบบกะทันหันถือเป็นเซอร์ไพรส์ เป็นข่าวที่เกิดขึ้นในยุคนี้ ที่ผ่านมายังไม่เคยเห็นปรากฏการณ์แบบนี้ โดยเฉพาะการเข้ามาชี้แจงโดยที่ไม่ได้คาดหมายมาก่อน ในแง่ดี ชัดเจนว่า ต้องให้เครดิต พล.อ.อภิรัชต์ ที่เดินทางมาชี้แจงด้วยตนเอง ไม่ได้ให้ตัวแทนหรือ

ผู้ใต้บังคับบัญชาเข้ามาชี้แจง อีกมุมหนึ่ง อาจจะมีการมองว่า พล.อ.อภิรัชต์ แก้เกมทางการเมือง เพราะการเข้าพบถือเป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งในการเข้ามาเพื่อสนทนากันโดยตรง ทำให้สังคมได้เห็นว่าก็ไม่ได้หลบหลีก ต้องการจะแสดงให้เห็นถึงความกล้า ไม่ได้เกรงอะไร เหตุใดจะไปชี้แจงไม่ได้ แน่นอนว่าจะทำให้การเผชิญหน้าดูซอฟต์ลง ส่วนหนึ่งก็อาจจะเกิดจากการที่กรรมาธิการได้ให้ พล.อ.อภิรัชต์ชี้แจงเหตุผล สนทนากันตามประสาของลูกผู้ชายทางกองทัพเหมือนกัน อาจจะเป็นเพราะความคุ้นเคยด้วยเพราะมีกรรมาธิการเป็นทหารอยู่หลายท่าน เหตุการณ์จึงผ่านไปเช่นนั้น ไม่ถึงกับต้องเคร่งเครียดหรือมีความในใจอะไรต่อกัน ภาพถือว่าออกมาดีในระดับหนึ่ง

ในมุมนักวิชาการ บทบาทแง่การเล่นเกม ถือว่า โอเค พล.อ.อภิรัชต์ชิงจังหวะของท่านได้ ประการสำคัญคือเป็นการสร้างเซอร์ไพรส์และได้แต้มบวกในระดับหนึ่ง ถึงแม้จะมีคนบอกว่า พล.อ.อภิรัชต์ได้แสดงวาทกรรมในการปาฐกถาก็ตาม แต่ก็ต้องบอกว่าทางฝ่ายอื่นๆ ต้องจับตาว่า บิ๊กแดงคนนี้ไม่ธรรมดา ในการที่จะใช้กลยุทธ์หรือวิธีอะไรบางอย่าง การที่บอกว่าไม่เล่นการเมือง ส่วนตัวยังหวั่นๆ อยู่ ไม่แน่ว่าจะลงสู่สนามการเมืองทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ หรือสถานการณ์บังคับให้ต้องลงเล่นหรือไม่ ต้องติดตามตอนต่อไป เนื่องจาก พล.อ.อภิรัชต์บอกว่าที่ไม่เล่นการเมืองเพราะปัจจุบันเป็นข้าราชการประจำเล่นการเมืองไม่ได้อยู่แล้ว เว้นแต่ว่าเกิดมีอะไรที่ฉุกเฉินเกิดขึ้นแล้วได้เดินตามนายทหารหลายๆ ในฐานะของผู้บัญชาการทหารบก ในการประกาศสถานการณ์อะไรบางอย่างเกี่ยวกับการเมือง นั่นคือกรณีที่ว่าเล่นในช่องที่ไม่เป็นไปตามกติกา ส่วนในทางกติกา หากเกษียณอายุราชการแล้วจะลงสมัครในนามพรรคการเมืองใดหรือไม่ก็ตาม รัฐธรรมนูญ ปี 2560 ผู้ที่เป็นนายกฯ อย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ไม่จำเป็นต้องเป็น ส.ส. ดังนั้น พล.อ.อภิรัชต์ก็มีสิทธิที่จะลงสนามการเมืองในช่องทางที่เปิดไว้ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 อยู่แล้ว

การที่ พล.อ.อภิรัชต์เข้าไปพบ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ เป็นสัญญาณที่ดีในการตั้งธงพูดคุยพิจารณางบประมาณกองทัพ หากว่า พล.อ.อภิรัชต์กล้า หรือเต็มใจที่จะเข้าไปชี้แจงกับคณะกรรมาธิการต่างๆ แล้วเหตุใดจะไม่เปิดกว้างยอมรับฟังความคิดเห็นในเชิงบวก และพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีอารมณ์ซึ่งกันและกัน จะเป็นการเปิดเวทีใหม่ คิดว่า พล.อ.อภิรัชต์น่าจะพิจารณาข้อเสนอแนะอย่างยิ่ง ถ้าทำเช่นนั้นจะเป็นแกนบวกให้ด้วยซ้ำไป มากกว่าที่จะออกมาปาฐกถาหรือใช้วาทกรรมต่างๆ ในเชิงที่ทำให้คนไทยหลายคนอาจจะมองในแง่ลบ หากว่า พล.อ.อภิรัชต์เปิดเวที เปิดโอกาสให้ตัวเองรับฟังความคิดเห็นโดยตรง ทั้งในเรื่องของการปฏิรูปกองทัพ งบประมาณต่างๆ ก็จะทำให้ พล.อ.อภิรัชต์ได้คะแนนบวกมากยิ่งขึ้น