อ.รัฐศาสตร์ชี้เหตุ ‘สะสมทรัพย์’ แพ้เลือกตั้งซ่อมไม่ได้ แนะ อนค.เคลียร์ปัญหาภายใน ป้องเกิดระบบ ‘คณาธิปไตย’

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ผศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวถึงผลการเลือกตั้งซ่อมเขต 5 จังหวัดนครปฐม ว่า หากดูจากผลคะแนน สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือตระกูลสะสมทรัพย์แพ้ไม่ได้ เนื่องจากครั้งที่แล้วประมาทกับบริบททางการเมืองของ จ.นครปฐม ที่มีตัวแปรกลุ่มคนรุ่นใหม่เพิ่มขึ้น รวมทั้งการใช้เทคโนโลยี ที่ผ่านมาพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) น่าจะถอดบทเรียนจากเรื่องนี้พอสมควร อีกทั้งการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการร่วมมือกันระหว่างพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และพรรค ชทพ. ซึ่งพรรคพลังประชารัฐเลือกที่จะไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเพื่อเปิดทางให้ตระกูลสะสมทรัพย์ ซึ่งยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี

ผศ.ดร.โอฬารกล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้แรงหนุนจาก ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ซึ่งพรรคเพื่อไทย (พท.) ก็ไม่ได้ลง ลูกชายของคุณเฉลิมก็ประกาศชัดว่าจะสนับสนุนตระกูลสะสมทรัพย์ จึงทำให้ความได้เปรียบมาอยู่ที่สะสมทรัพย์ เนื่องจากมีทั้งแรงสนับสนุนจากพรรคการเมือง จากกลุ่มอำนาจ รวมทั้งต้นทุนทางการเมืองเดิมของพรรคที่อยู่กับบรรดานักการเมืองท้องถิ่น

“ความได้เปรียบเหล่านี้ บวกกับครั้งนี้เป็นนัดล้างตา เขาจึงแพ้ไม่ได้ ส่วนฝั่งนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ก็สะท้อนให้เห็นว่า ข้อเสนอของพรรคอนาคตใหม่ที่มีเป้าหมายหลักในการโจมตีรัฐบาลและการสืบทอดอำนาจ ผมเริ่มเห็นว่าอาจเป็นการสร้างข้อจำกัด หรือสร้างการสื่อสารที่ประชาชนในเขต 5 เริ่มรู้สึกว่าอาจจะตึงเครียดเกินไปในการสื่อสารการเมืองเช่นนี้ ส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากการที่พรรคอนาคตใหม่แสดงท่าทีชัดเจนต่อเรื่องพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ.2562 ที่อาจจะผันแปรเป็นเงื่อนไขการโจมตีทางการเมืองของพรรคได้” ผศ.ดร.โอฬารกล่าว

ผศ.ดร.โอฬารกล่าวต่อว่า ประการต่อมาที่สำคัญมากคือ การเลือกตั้งเที่ยวนี้เป็นการกำหนดวันเลือกตั้งที่ไม่เป็นปกติทั่วไปของการเลือกตั้ง โดยมากจะเป็นวันอาทิตย์ แต่ครั้งนี้เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ทำให้คนกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้หยุดก็อาจจะไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยเฉพาะกลุ่มที่อนาคตใหม่มองว่าเป็นฐานคะแนนหลัก หรือกลุ่มที่เป็นผู้ใช้แรงงานชนชั้นกลางที่ทำงานภาคเอกชน ซึ่งอาจจะเป็นวันทำงานปกติ จึงไม่สามารถใช้สิทธิได้

เมื่อถามว่า ผลการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้จะเป็นกระแสไปถึงการเลือกตั้งซ่อมของจังหวัดอื่นหรือไม่ ผศ.ดร.โอฬารกล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นนัดล้างตาของตระกูลสะสมทรัพย์ แต่ก็มีผลเป็นกระแสได้จากการที่ อนค.แพ้เลือกตั้งซึ่งมีปัญหามาจากเรื่องความแตกแยกในพรรค ทำให้ซีกรัฐบาลได้ใจ เพราะเห็นจุดอ่อนและสามารถเอาจุดอ่อนของอนาคตใหม่ที่เกิดในนครปฐมเป็นเงื่อนไขที่จะทำให้การเลือกตั้งซ่อมตีกลับมายังพรรคฝั่งรัฐบาลได้

“รัฐบาลสามารถใช้เงื่อนไขนี้โจมตีพรรคอนาคตใหม่ได้ แม้ส่วนตัวจะให้น้ำหนักการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการร่วมมือกันหลายฝ่าย เพื่อที่จะทำให้สะสมทรัพย์กลับมามีอำนาจ ซึ่งอาจไม่ใช่รัฐบาล 100 เปอร์เซ็นต์  แต่ในทางการเมือง ซีกรัฐบาลสามารถใช้เป็นเครื่องมือโจมตีได้ว่าพรรคอนาคตใหม่กระแสลด เล่นการเมืองหรือโจมตีแบบสุดโต่งเกินไป ทำให้คนเริ่มรู้สึกไม่ชอบความคิดแบบนี้ ซึ่ง อนค.ต้องพยายามแก้ปัญหาจากภายใน ทั้งเรื่องงูเห่า เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกพรรคกับกรรมการบริหารพรรค ตลอดจนหัวหน้าพรรค เพื่อไม่ให้เกิดระบบ ‘คณาธิปไตยภายในพรรค’ หรือลักษณะของอำนาจรวมศูนย์

“อนาคตใหม่ต้องแก้ปัญหาภายในให้เสร็จสรรพ หลังจากนั้นควรพยายามสร้างการสื่อสารกับประชาชน โดยการลดระดับความตึงเครียดลง เน้นไปที่ปัญหาปากท้องของประชาชนบ้าง เพื่อให้คนเห็นว่า อนค.มีนโยบายในแนวนี้ด้วย ไม่ได้มุ่งโค่นล้มรัฐบาล โจมตี คสช.หรือนายกฯเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ กระแสของพรรคก็มีส่วน ตั้งแต่กรณี พ.ร.ก.โอนกำลังพล งูเห่า กรรมการบริหารพรรคลาออก อีกทั้งการพูดในทำนองที่ว่าคนเห็นต่างเป็นพวกขยะ คิดว่านี่คือปัญหาภายในที่ต้องเรียนรู้ ประกอบกับ อนค.เองก็เพิ่งจะตั้งพรรค จากนี้ต้องเจอปัญหาอีกมาก หากสามารถฝ่าวิกฤตนี้ได้ก็ขับเคลื่อนกิจกรรมการเมืองต่อไปได้” ผศ.ดร.โอฬารกล่าว

บทความก่อนหน้านี้‘ศรีสะเกษ’ได้คัมแบ๊คทวงเข็มขัดคืน สั่งไฟต์บังคับรอบู๊ ‘เอสตาด้า-ยาไฟ’
บทความถัดไปสุวรรณภูมิในอาเซียน : ดินแดนไทย ‘ได้มา-คืนไป’ สมัยแรกสุด แค่ภาคกลาง