ผลการเลือกตั้งซ่อม เขต 5 นครปฐม ส่วนหนึ่งสะท้อนให้เห็นถึงธรรมชาติของระบอบประชาธิปไตย ที่เปิดกว้างให้กับทุกพรรคการเมือง ทุกแนวคิดอุดมการณ์ มีโอกาสจะชนะหรือแพ้ได้เสมอ ในการเลือกตั้งแต่ละรอบแต่ละหน
เป็นระบอบที่ขึ้นกับการตัดสินใจของประชาชนในขณะช่วงการเลือกตั้งนั้นจริงๆ
ทั่วโลกถึงเลือกใช้ระบบนี้ เพราะลดการผูกขาดอำนาจ และทำให้ทุกพรรคการเมืองทุกแนวคิดอุดมการณ์สามารถร่วมต่อสู้กันได้อย่างสันติบนเวทีเดียวกัน เพราะล้วนมีความหวังว่าโอกาสที่จะชนะเลือกตั้ง โอกาสที่จะได้เข้าสู่อำนาจได้เป็นรัฐบาล มีไม่แตกต่างกัน
อีกทั้งประเทศที่การเมืองเจริญก้าวหน้าไปไกลแล้ว ใครแพ้เลือกตั้ง ก็อดทนรอคอยได้ เพราะวันหนึ่งก็มีโอกาสชนะเลือกตั้งได้
ไม่มีการจัดม็อบมาทำให้บ้านเมืองสู่ทางตัน เพื่อเรียกหาทหารมาล้มกระดานเหมือนบางประเทศ
สำหรับผลเลือกตั้งซ่อมที่นครปฐม คงทำให้ฝ่ายรัฐบาลสบายใจขึ้น และหวังว่าบางพรรคบางกลุ่มคงจะมีศรัทธาในระบบเลือกตั้งมากขึ้น
ความหวั่นเกรงในพรรคอนาคตใหม่จนกินไม่ได้นอนไม่หลับ น่าจะคลี่คลายลงไปได้เห็นได้ว่า เมื่อบ้านใหญ่แห่งนครปฐม เดินหนักเอาจริง ก็สามารถโค่นอนาคตใหม่ ที่เป็นเจ้าของที่นั่งเดิมได้
เพียงแต่การตั้งข้อสังเกตถึงผลการเลือกตั้งอย่างน่าสนใจ
นั่นคือ เสียงของ นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ แห่งชาติพัฒนา ที่ในการเลือกตั้งใหญ่ 24 มีนาคมนั้น มาเป็นอันดับ 4 มี 12,279 คะแนน งวดนี้พุ่งพรวดยิ่งกว่าจรวดทะยานเป็นที่ 1 ด้วยคะแนนที่เพิ่มขึ้นถึง 37,675 คะแนน ถือว่าเหลือเชื่อมากๆ
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ก็ถือเป็นชัยชนะที่ทิ้งห่างอันดับ 2 คือ อนาคตใหม่ อย่างมากโข ชนะอย่างเด็ดขาด
ส่วนอนาคตใหม่ เดิมที นางจุมพิตา จันทรขจร ชนะเป็นอันดับ 1 ได้ 34,164 คะแนน แต่ลาออกด้วยอาการเจ็บป่วยสาหัส ขณะที่ นายไพรัฐโชติก์ จันทรขจรผู้เป็นสามีลงเลือกตั้งซ่อมแทน ได้อันดับ 2 ด้วยคะแนน 28,216 คะแนน เทียบแล้วลดลงจากคะแนนของภรรยา หายไปประมาณ 5 พันเศษ
ส่วน นายสุรชัย อนุตธโต ประชาธิปัตย์ หนนี้ได้ 18,425 คะแนน มาเป็นอันดับ 3 เดิมได้อันดับ 2 มี 18,970 คะแนน ไม่ต่างมากนัก
คะแนนที่แปรเปลี่ยนอย่างมหาศาลภายในเวลาแค่ 7 เดือนของนายเผดิมชัย ต้องนับเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจยิ่ง
กล่าวสำหรับอนาคตใหม่ พิสูจน์แล้วว่า การเลือกตั้งซ่อมเฉพาะเขตนั้นครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญ เนื่องจากเป็นพรรคการเมืองที่ไม่มีระบบหัวคะแนน ไม่มีกระสุน
ขายแนวคิดอุดมการณ์ มีแกนนำพรรคเป็นจุดเรียกคะแนนนิยม
จึงเป็นไปได้มากที่การเลือกตั้งซ่อมเฉพาะเขตนั้น กระแสนิยมพรรค อาจสู้ไม่ได้กับบารมี เส้นสายความสัมพันธ์ในพื้นที่ ของผู้สมัครระดับตระกูลสะสมทรัพย์
และอาจรวมไปถึง การเลือกในวันพุธอันสุดพิสดาร เป็นวันหยุดเดี่ยวกลางสัปดาห์ ที่ไม่เอื้ออำนวยให้คนที่ไปทำงานนอกพื้นที่
เหล่านี้ทีมงานอนาคตใหม่คงต้องสรุปวิเคราะห์กันต่อไป
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ผลการเลือกตั้งซ่อมหนนี้ที่อนาคตใหม่พ่ายแพ้
คงช่วยให้อีกฟากฝ่ายสบายใจต่อการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยมากขึ้น
สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

