ปลัดกทม.เผยห้องผู้ว่าฯปรับโฉมช่วง”สุขุมพันธุ์”หยุดปฏิบัติหน้าที่-สตง.ขอดูห้อง16 ล.

13.06.16 | 21:03 น.

ปลัดกทม.เผยห้องผู้ว่าฯปรับโฉมช่วง”สุขุมพันธุ์”หยุดปฏิบัติหน้าที่ – สตง.ขอชมห้อง16ล.

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร(กทม.) นายชัยวัฒน์ อนันตศานต์ ผอ.สำนักตรวจสอบการบริหารพัสดุและสืบสวนที่ 3 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ เดินทางเข้าพบ นพ.พีระพงษ์ สายเชื้อ ปลัดกทม.เพื่อขอเอกสารเพิ่มเติม กรณีที่กทม.มีการเตรียมใช้งบประมาณประจำปี2559 จำนวน16.5ล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการปรับปรุงห้องทำงานผู้ว่าฯ กทม.และห้องทำงานของคณะผู้บริหาร ซึ่งทำให้ประชาชนตั้งข้อสงสัยถึงความจำเป็นในการปรับปรุงในครั้งนี้ เนื่องจากคณะทำงานฝ่ายบริหารชุดนี้เหลือเวลาประมาณ 8 เดือนในการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงตั้งข้อสงสัยในขั้นตอนการเบิกจ่ายโครงการที่ไม่เป็นไปตามขั้นตอนเหมือนกับโครงการอื่นๆ ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ สตง.ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาสังเกตุการณ์แล้ว 2ครั้ง จากนั้น นพ.พีระพงษ์ ได้นำคณะทำงาน สตง.เข้าตรวจสอบห้องผู้ว่าฯกทม.โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าบันทึกภาพ

นพ.พีระพงษ์ กล่าวภายหลังว่า กทม.ยินดีให้ความร่วมมือในการตรวจสอบตามกฎหมาย ทั้งนี้ถือเป็นความร่วมมือตามปกติ หากสตง.สงสัย หรือต้องการข้อมูลใดๆ ก็สามารถเข้ามาตรวจสอบได้ตลอด ส่วนข้อมูลเอกสารที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ กทม.ได้ส่งมอบให้สตง.ไปแล้วส่วนหนึ่ง และจะรวบรวมเอกสารทั้งหมดส่งให้สตง.ภายในวันพุธนี้ ส่วนกรณีสัญญาจัดซื้อ หรือเรื่อง งบประมาณ ขณะนี้สำนักการโยธา(สนย.)อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล จึงไม่สามารถให้รายละเอียดได้ในขณะนี้

13446390_10208920807873127_84283811_o

ผู้สื่อข่าวถามว่า การปรับปรุงห้องทำงานในโครงการดังกล่าวมีการลงมือปรับปรุงซ่อมแซมไปแล้วหรือไม่ นพ.พีระพงษ์ กล่าวว่า มีการดำเนินการไปแล้วจริง ส่วนรายละเอียดต้องรอสำนักการโยธา รวมรวมเอกสารมาชี้แจงถึงขั้นตอนการดำเนินโครงการทั้งหมด แต่เท่าที่ทราบในเบื้องต้นนั้น โครงการปรับปรุงซ่อมแซมห้องผู้ว่าและห้องคณะผู้บริหาร เริ่มจากกรณีที่พบว่าฝ้าเพดานในห้องน้ำถล่มลงมา และเมื่อตรวจสอบโดยละเอียดพบว่ามีท่อ และฝ้าเพดานในจุดอื่นๆ อีกหลายจุดชำรุด ประกอบกับศาลาว่าการแห่งนี้มีอายุกว่า70ปี และมีการปรับปรุงครั้งใหญ่เมื่อ 40 ปี ที่แล้ว ทั้งนี้ การซ่อมแซมห้องทำงานบางส่วนมีการปรับปรุงตั้งแต่สมัยที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม.หยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยผู้ว่าฯกทม.ไม่ทราบเรื่องการปรับปรุงดังกล่าว เมื่อกลับเข้ามาปฏิบัติหน้าที่อีกครั้งก็เห็นเป็นสภาพนี้แล้ว ทั้งนี้ในการอนุมัติโครงการที่มีวงเงิน 10 กว่าล้านบาท ผอ.สำนักจะเป็นผู้มีอำนาจในการอนุมัติโครงการ โดยหลังจากนี้จะต้องตรวจสอบใน 2 เรื่อง คือ มีการทุจริต และมีการทำผิดระเบียบ ผิดขั้นตอนหรือไม่

Advertisement

ด้านนายชัยวัฒน์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่ารูปแบบการปรับปรุงตรงตามแบบแปลนและตรงกับรายละเอียดราคากลางในเบื้องต้น ส่วนความเหมาะสมของอุปกรณ์กับราคากลางที่ประกาศไปนั้นสตง.ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า การอนุมัติโครงการไปก่อนแล้วค่อยมาจัดซื้อจัดจ้าง ในส่วนนี้มีความผิดปกติหรือไม่อย่างไร นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า โดยหลักการแล้ว การดำเนินโครงการ จะต้องมีการอนุมัติก่อนตามระเบียบราชการ แล้วค่อยมาเบิกจ่ายเงิน ส่วนกรณีที่มีการดำเนินโครงการไปแล้วและมาประกาศหาผู้รับจ้างทีหลัง นั้นผิดขั้นตอนอยู่แล้ว ทั้งนี้กรณีดังกล่าวต้องดูพฤติการณ์ แม้ว่าไม่มีการเบิกจ่าย ถ้ามีพฤติการณ์ในการปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในส่วนนี้ต้องดูรายละเอียดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ในการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว สตง.ใช้เวลาตรวจสอบไม่นาน และภายในสัปดาห์นี้ สตง.จะเรียกพยานบุคคลและพยานเอกสารมาให้ข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการ และคาดว่าจะสรุปผลได้ภายในสิ้นเดือนนี้