‘ลุงตู่’ จ้อประชาชนมาแล้ว ฟุ้ง รบ.เดินหน้าอีอีซี รับเด็กจบใหม่ให้คนไทยในญี่ปุ่นฟัง บ่น รบ.ชุดนี้ปัญหามาก เพราะทำงานเยอะ บอกทุกฝ่ายต้องอยู่จุดกลาง จึงปฏิรูปประเทศได้
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 25 ตุลาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) พูดคุยกับประชาชนในรายการ Government Weekly ep.11 ช่วง PM Talk ผ่านทางเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้า ซึ่งมีความยาวประมาณ 30 นาที โดยการพูดคุยครั้งนี้เป็นการพบปะเครือข่ายคนไทยในญี่ปุ่น ระหว่างเดินทางไปร่วมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น โดยมีนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่มีเผยแพร่รายการผ่านทางเฟซบุ๊กแต่อย่างใด เนื่องจากนายกรัฐมนตรีติดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร
โดยช่วงแรก พล.อ.ประยุทธ์กล่าวทักทายผู้ชมว่า โดยวันนี้ได้เดินทางมาญี่ปุ่น เพื่อร่วมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น พร้อมถือโอกาสเดินทางมาเยี่ยมเครือข่ายคนไทยในญี่ปุ่น ภายในศูนย์การค้าและศูนย์อาหาร ภายหลังจากมีเวลาว่างจากภารกิจ โดยจะเล่าให้คนไทยในญี่ปุ่นฟังว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังดำเนินการอะไรบ้าง รวมถึงรับฟังความคิดเห็นว่ามีปัญหาอะไรบ้างหรือไม่ จากนั้นเมื่อเดินทางพบเครือข่ายคนไทยในญี่ปุ่นแล้ว พล.ประยุทธ์ได้กล่าวทักทายอย่างเป็นกันเอง พร้อมสอบถามถึงความเป็นอยู่ และร่วมถ่ายภาพหมู่ ก่อนจะร่วมนั่งวงพูดคุยกับคนไทยที่มาทำงานหลากหลายอาชีพในญี่ปุ่น รวมถึงนักศึกษาไทยปริญญาตรีและโท
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่ได้มาร่วมพูดคุยถึงแนวทางการพัฒนาประเทศไทย และสอบถามถึงความเป็นอยู่ ถ้าเรามองทางสื่อจะเป็นอีกแบบ ตนเป็นคนพูดความจริง แม้บางครั้งการพูดความจริงอาจรับไม่ได้ แต่จิตใจเราบริสุทธิ์ โดยเรื่องแรกคือการพัฒนาประเทศ โดยใช้อาเซียนเป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อน โดยการพัฒนาเกษตรกรรมเพื่อสร้างมูลค่าจีดีพีเพิ่มขึ้น และพัฒนาประเทศสู่ศตวรรษที่ 21 คือโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง นวัตกรรม การแข่งขันขีดความสามารถ และเทคโนโลยี ด้วยการพัฒนาครู นักเรียน รวมถึงทรัพยากรบุคคลในทุกระดับ ตลอดพัฒนาระบบการศึกษาและหาตำแหน่งงานเพื่อรองรับนักศึกษาไทยในต่างประเทศที่จะกลับไป
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องที่ต้องทำควบคู่กันไปคือ การแก้ปัญหาประชาชนที่มีรายได้น้อยกว่า 10 ล้านคน รวมถึงอาชีพอิสระและอาชีพเกษตรกรรมที่รัฐบาลพยายามแก้ปัญหา แต่ต้องใช้เวลา เนื่องจากงบประมาณมีอยู่อย่างจำกัด แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องพัฒนาคนควบคู่ไปด้วย ดั่งพระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 “เราให้ปลาอย่างเดียวไม่ได้ ต้องให้เบ็ดด้วย” และขณะนี้อยู่ในขั้นตอน ต้องให้ทั้งปลาและเบ็ด เพราะตอนนี้ทุกอย่างโตเร็ว ค่าใช้จ่ายสูง รัฐบาลจึงต้องดูแลเล็กน้อย ให้มีชีวิตอย่างพอเพียง สมมุติรัฐบาลแจกเงิน 500 บาท ไม่ได้แจกฟรี เพื่อให้รักตน แต่เพื่อให้ซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคเก็บไว้ในบ้าน แต่ก็แล้วแต่ประชาชนเราด้วย เพราะบางครั้งบังคับมากไปก็ไม่ได้ แต่ก็ต้องค่อยๆ เรียนรู้กันไป ส่วนคนที่มีการพัฒนาอาชีพหรืออบรมเพิ่ม ก็ต้องจ่ายให้เพิ่ม เพื่อสร้างแรงจูงใจ กระตุ้นคนไทย
“คนไทยมีลักษณะแตกต่างกับชาติอื่นพอสมควร แม้เราอาจมีความคิดเห็นไม่ตรงกันบ้าง แต่เมื่อถึงคราวที่ต้องต่อสู้กับใคร คนไทยจะรวมกันเป็นหนึ่งเดียว เป็นความรัก และความสามัคคีที่มีมาแต่โบราณ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ว่ารัฐต้องการส่งเสริมอีอีซี เพื่อแก้ไขปัญหาผู้มีรายได้น้อย จึงต้องมีโครงการเมกะโปรเจ็กต์ใหม่ๆ ซึ่งอาจใช้เวลา 3-5 ปีกว่าจะเสร็จกว่าจะมีผลผลิตภัณฑ์ จากนั้นรัฐบาลจะเก็บภาษีได้ โดยรัฐจะได้เงินจากภาษีเป็นสิ่งตอบแทนให้ประเทศชาติ ซึ่งการลงทุนในอีอีซี มีทั้งสนามบิน รถไฟฟ้าความเร็วสูง เพื่อจะได้เคลื่อนย้ายคนจากกรุงเทพฯไปยังพื้นที่อีอีซี ไม่ใช่ขนส่งสินค้า ส่วนรถไฟฟ้ารางคู่จะขยายเป็น 1.435 เมตร เพื่อไว้รับน้ำหนักและขนส่งสินค้า ตลอดจนการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง นอกจากนี้ พื้นที่อีอีซีจะเป็นพื้นที่รองรับตำแหน่งงานของผู้ที่จบการศึกษาจำนวน 6 หมื่นคนใน 5 ปีแรก ซึ่งในอีอีซีจะมีถึง 12 อุตสาหกรรมที่เกิดใหม่ แต่ก็ต้องพัฒนาแรงงานฝีมือของคนไทยให้มากขึ้น เพราะอนาคตหุ่นยนต์จะเริ่มเข้ามาแทนที่
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้เปิดโอกาสให้คนไทยสอบถามในประเด็นต่างๆ โดยได้มีการพูดคุยเรื่องพายุใหม่ 2 ลูกที่กำลังถล่มญี่ปุ่น ความคืบหน้าอุทกภัยในไทย ตลอดจนการปฏิรูปและเพิ่มนักโภชนการในไทยเช่นเดียวกับญี่ปุ่น
นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในช่วงท้ายว่า วันนี้ประเทศไทยจะทำแบบเดิมไม่ได้แล้ว โดยรัฐจะต้องพัฒนาร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน และประชาชน เช่นเดียวกับการลงทุนพีพีพี เพราะหากรัฐทำแบบเดิม คนเดียว เงินไม่พอ โดยบางโครงการที่มีมูลค่าสูงจึงต้องร่วมกับเอกชน มีสิทธิประโยชน์ต้องแลกเปลี่ยนกัน บางสิทธิก็ต้องให้เอกชนบ้าง เพราะเป็นผู้ลงทุนและรับความเสี่ยงทั้งหมด แต่ทุกอย่างมีกติกาทั้งหมด
“ขอเป็นตัวแทนคนไทยทั้งประเทศที่ได้มาเยี่ยม ขอให้ภูมิใจที่เป็นคนไทย และวันนี้อยากจะบอกว่ารัฐบาลที่ผ่านมา และรัฐบาลชุดนี้ที่มาจากการเลือกตั้ง มีปัญหาเยอะ เพราะทำงานเยอะมากเป็นร้อยเรื่อง และเรื่องสำคัญเป็นสิบๆ เรื่อง จุดอ่อนจึงมี เพราะอยู่ในขั้นการเปลี่ยนแปลงการทำงาน ทั้งจากคนและโครงสร้างที่จะต้องพัฒนาไปพร้อมกัน สิ่งสำคัญคือ ความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งที่ผ่านมามักมีปัญหาเรื่องการเวรคืนที่ดิน เพราะประชาชนไม่เข้าใจ ไม่ยอม จึงทำไม่ได้ ไม่เหมือนต่างประเทศ เขาทำได้ไว ทำได้เร็ว ส่วนเรื่องอื่นเราจะทะเลาะเบาะแว้งกันไม่ได้ อย่าแบ่งแยกวัย อายุ คิดแตกต่างได้ แบ่งเป็นซ้าย ขวาได้ แต่ต้องลดราวาศอกกัน เดินตรงกลางไปด้วยกันถึงจะปฏิรูปทุกอย่างได้ หลายคนต้องเข้าใจและยอมรับ ร่วมมือกับเรา และไม่ต้องห่วงมีทำงานแน่ ไม่มีไปหาลุง เปิดกูเกิลได้ว่าเขาเตรียมอะไรไว้อย่างไร ซึ่งคนรุ่นใหม่ต้องเรียนรู้เทคโนโลยี เช่นเดียวคนยุคเบบี้บูมเมอร์ เหมือนนายกฯ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าวทิ้งท้าย

