อนิจจังแห่งบทเพลง “7 สิงหา ประชามติร่วมใจ ประชาธิปไตยมั่น คง” สะท้อนอะไร
ในทาง”ความคิด” ในทาง”การเมือง”
ทั้งๆที่ไม่ว่า นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต. ไม่ว่า นายประวิช รัตนเพียร กกต.ด้านการมีส่วนร่วม
ล้วนออกมา”การันตี”
ทั้งยังแสดงออกเชิง “ตำหนิ” ต่อบรรดาผู้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า
ทำ “เรื่องเล็ก”ให้กลายเป็น”เรื่องใหญ่”
ยัง นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารการเลือกตั้ง ยังยืนกระต่ายขาเดียว
จะ”เดินหน้า”เผยแพร่”บทเพลง”ต่อไป
แต่แล้วในวันที่ 13 มิถุนายน ก็ปรากฏบทเพลง”7 สิงหา ประชามติร่วมใจ ประชาธิปไตยมั่นคง”ฉบับแก้ไขออกมา
นี่คือ สภาพ”อนิจจัง” แห่ง”บทเพลง”
ต้องยอมรับว่า กระบวนการ”ร่างรัฐธรรมนูญ” กระบวนการ”ประ ชามติ” เป็นเรื่องในทาง “ความคิด”
จึงสัมพันธ์กับการแสดงออกทาง “การเมือง”
ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็น”กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ”ไม่ว่าจะเป็น “กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ”
ล้วนเป็น 1 ใน “แม่น้ำ 5 สาย”
เนื้อหาที่ดำรงอยู่ใน “ร่างรัฐธรรมนูญ” จึงเป็นเครื่องมือในทาง “ความคิด”และในทาง”การเมือง”
ความคิดของ “คสช.”
ความคิดของรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 อันต่อเนื่องจากรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549
นั่นก็คือ ไม่ให้ “เสียของ”
แล้ว”ความคิด”ก็ถูกแปรเป็น”การเมือง”ผ่าน”ร่างรัฐธรรมนูญ
ผ่านการทำ”ประชามติ”
เห็นๆกันอยู่ว่าเพื่ออะไร
การต่อสู้ในขณะนี้จึงเป็นการต่อสู้ทาง “การเมือง” อันมีแรงผลักมา จาก “ความคิด”
ปะทะผ่าน “บทเพลง”
ปะทะผ่าน พรบ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559
ปะทะผ่านคำขวัญ “ไม่ล้ม ไม่โกง ไม่อายพม่า”
ปะทะผ่านความพยายามในการจัดตั้ง”ศูนย์ปราบโกงประชา มติ” และการสกัดขัดขวาง
เป็นการต่อสู้บนฐานแห่งความเป็น “อนิจจัง”
อนิจจังแห่ง”บทเพลง”ปรากฎผลให้เห็นแล้วจากฉบับแก้ไข เวอร์ชั่นใหม่
อนิจจังแห่ง”ศูนย์ปราบโกง”กำลังมีการทดสอบ
ทดสอบว่าจะบดขยี้”ศูนย์ปราบโกงประชามติ”ให้แหลกเป็นผงฝุ่นได้หรือไม่

