09.00 INDEX : วังวน การเมือง ‘ทีฮู ทีอิท’ การเมือง หลัง ‘รัฐประหาร’

ไม่ว่าจะเป็นเรียกตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะเป็นการเรียก ตัว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ว่าจะเป็นการเรียกตัว พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา

เสมอเป็นเพียง “กระบวนท่า” เสมอเป็นเพียง “กลยุทธ์”

ก็เหมือนกับที่มีรองประธานคณะกรรมาธิการบางคณะที่ออกมาระบุด้วยความจัดเจนทางการเมืองว่า รู้อยู่แล้วว่าท่านเหล่านี้จะหาทาง หลบเลี่ยง

เหมือนกับเป็นกลยุทธ์ ”ล่อเสือออกจากถ้ำ” เหมือนกับเป็นกระบวนท่าร้องท้าอยู่หน้าค่าย

1 เพื่อสำแดงอำนาจ 1 เพื่อลำเลิกเบิกประจาน

เป็นการตัดไม้ข่มนามระดับนายกรัฐมนตรี ระดับรองนายกรัฐมน ตรี ระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

เมื่อมีมติของคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบให้เชิญตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้มาสอบถามในเรื่องถวายสัตย์ ในเรื่องงบประมาณ

ก็ปรากฏเสียงดังจากรัฐบาลประสานกับจากพรรคพลังประชารัฐว่าเป็นการวางอำนาจ เป็นการเมืองไม่สร้างสรรค์

ขณะเดียวกัน ต่อความพยายามของอีกฝ่ายที่เคยกระทำต่อคนอย่าง นายทักษิณ ชินวัตร หรือต่อคนอย่าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นการเมืองที่สร้างสรรค์หรือไม่

ยิ่งที่กำลังรุกไล่ต่อพรรคอนาคตใหม่ ต่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ทั้งในและนอกสภาเป็นการเมืองแบบสร้างสรรค์หรือทำลาย

นี่แหละคือ “ความเมือง” ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนรัฐประหาร 2549

ผลก็คือ เมื่ออีกฝ่ายมีโอกาสก็ย่อมจะก่อปฏิบัติการ “เอาคืน” อย่างที่เห็นและเป็นอยู่

ไม่ว่าการจัดการกับ นายทักษิณ ชินวัตร ไม่ว่าการจัดการกับ น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ ชินวัตร ไม่ว่าการจัดการกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ล้วนอยู่บนบรรทัดฐานแห่ง “กฎหมาย” ทั้งสิ้น

ทั้งยังเป็นกฎหมายอันเกิดขึ้นหลังรัฐประหารเมื่อปี 2549 เป็นกฎหมายอันเกิดขึ้นหลังรัฐประหารเมื่อปี 2557

เพียงแต่ไปอยู่ในมือของใคร พรรคการเมืองใดเท่านั้นเอง

ไม่ว่าทางด้านรัฐบาล ไม่ว่าทางด้านฝ่ายค้าน ลองย้อนกลับมาพินิจพิจารณาอย่างสุขุมรอบด้าน

ทุกปฏิบัติการล้วนดำรงอยู่บนพื้นฐาน “ทีฮู ทีอิท” หรือไม่

บทความก่อนหน้านี้หนุ่มดวงกุด ขี่จยย.เกี่ยวอีกคันล้มโดนกระบะชนซ้ำ เสียชีวิต
บทความถัดไปผู้ดีตั้งข้อหาฆาตกรรม 39 กระทงคนขับรถบรรทุกศพ