ไม่มีปัญหาใดสะท้อนให้เห็นการไม่สามารถ “บูรณาการ” เชิงนโยบายได้ อย่างเด่นชัดเท่ากับปัญหาเมื่อสหรัฐประกาศตัด GSP ของไทยโดยมีผลในอีก 6 เดือนข้างหน้า
อาจเป็นเพราะเป็นคำประกาศที่รับรู้กันในวันเสาร์อันถือว่าเป็นวันหยุดราชการ
นั่นก็คือ เป็นวันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยุติการแสดงบทบาทในฐานะนายกรัฐมนตรี เป็นวันที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยุติการแสดงบทบาทในฐานะรองนายกรัฐมนตรี
ไม่ว่าจะเป็นความเห็นอันออกจากทำเนียบรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นความเห็นอันออกจากกระทรวงพาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็นความเห็นอันออกจากกระทรวงแรงงาน
จึงสะท้อนอาการ “ตระหนก” แม้จะมีเสียงสำทับมิให้ “ตื่นตูม”
มีข้อสันนิษฐานมากมายจากแหล่งข่าวที่ประเมินตนเองว่ามีความสำคัญ
บ้างว่าเป็นเพราะมีการแบน 3 สารพิษ
บ้างว่าเป็นเพราะความสัมพันธ์ที่เอียงไปทางด้านจีนมากผิดปกติตั้งแต่หลังรัฐประหาร 2557
จึงสร้างความหงุดหงิดให้กับสหรัฐ
แต่ข้อสรุปจากที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นับว่าแหลมคมตรงที่ระบุว่าปัญหาสืบเนื่องตั้งแต่ปี 2556 ในยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
แต่คำถามก็คือ เมื่อเป็นปัญหาตั้งแต่ปี 2556 แล้วเวลา 6 ปีต่อจากนั้น อยู่ในความรับผิดชอบของรัฐบาลใด เหตุใดจึงไม่สามารถคลี่คลายศัสตราวุธให้กลายเป็นแพรพรรณ
กลับกลายเป็นการประกาศตัด GSP ในเดือนเมษายน 2563
คำถามทั้งหมดนี้มิได้เป็นการถามถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรี จากเดือนพฤษภาคม 2557 ถึงเดือนตุลาคม 2562 เท่านั้น
หากแต่ยังถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลพรรคพลังประชารัฐอีกด้วย
ในเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ไม่สามารถแก้ปัญหาให้ลุล่วงได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังการเลือกตั้งเดือนมีนาคม 2562 น่าจะเป็นความหวัง
ความหวังทั้งหมดจึงฝากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

