ปชป.ไม่กังวล ส.ส.ปาร์ติ้ลิสต์ลด ยันประธานกกต.บอกเองไม่นำคะแนนลต.ซ่อมนครปฐมมาคำนวณใหม่ จี้แจงให้ชัด “ราเมศ”ป้อง “ตั๊น”หากถูกลดที่นั่งจริงก็ไม่ใช่เพราะมี อีก 2 คนมาต่อท้าย ด้าน “เทพไท” ถามกลับอดีต “กรธ.”สร้างปัญหาไว้จะรับผิดชอบอย่างไร
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)กล่าวถึงกรณีที่นักคณิตศาสตร์ออกมาระบุว่า หลังการเลือกตั้งซ่อมเขต 5 จ.นครปฐม เมื่อรวมคะแนนใหม่ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ จะลดลง 1 ที่นั่ง ว่า เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ว่าจะเพิ่มหรือลดจำนวนส.ส. ซึ่งนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต.ก็ระบุมาว่า การเลือกตั้งซ่อมที่นครปฐม ไม่มีผล เพราะเป็นการเลือกจาการลาออก ไม่ใช่การทุจริตเลือกตั้ง จึงไม่ต้องนำคะแนนมาคำนวณใหม่ แต่ก็จะแย้งกับส.ส.พึงมีที่แต่ละพรรคได้ ซึ่งต้องดูเป็นที่ตั้ง หากคำนวณแล้วมีความเปลี่ยนจากส.ส.พึงมี กกต.ก็ต้องออกมาตอบให้ชัดเจน
เมื่อถามว่า มีความกังวลหรือไม่หากต้องคำนวณใหม่ทำให้ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ หากไป 1 ที่นั่ง นายราเมศ กล่าวว่า เราไม่กังวล เพราะเป็นหน้าที่ของกกต. ที่ต้องคิดว่าจะใช้วิธีการไหนที่จะนำมาคำนวณ ส่วนที่ระบุว่าหากส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ถูกตัดออก ส.ส.ที่จะถูกตัดถือน.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร นั้นทางพรรคคิดว่าคงไม่มีเหตุผลที่ต้องตัด น.ส.จิตภัสร์ เพราะยังมีคนเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อมาต่อน.ส.จิตภัสร์ อีก 2 คน แต่เราไม่มีความกังวล เพราะกกต.ก็ออกมาบอกแล้วว่าไม่มีผลต่อการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ เมื่อถามว่า หากมีการคำนวณใหม่ ทางพรรคจะมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่คิดไกลถึงขนาดนั้น ถ้ากกต.มีแนวทางออกมาแบบนี้ทุกคนก็ต้องยึดถือตามนี้
ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่ว่าการคำนวณสัดส่วน ส.ส.ที่พึงจะได้ของพรรคการเมืองใด จะได้จำนวนส.ส.เท่าไหร่ก็ตาม ก็เป็นข้อเท็จที่ต้องทำความจริงให้ปรากฎ และถูกต้องตามสูตรคำนวณคะแนนของรัฐธรรมนูญ ซึ่ง กกต.เป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ต้องออกมาให้ความกระจ่างในเรื่องนี้ ไม่ควรให้แต่ละฝ่ายคิดกันไปเอง เพราะจะสร้างความสับสนให้สังคมโดยเปล่าประโยชน์ และไม่ว่าผลการคำนวณของ กกต.จะทำให้พรรคการเมืองใด ได้ที่นั่งส.ส.เพิ่ม หรือลด หรือคงที่ก็ตาม ถ้าเป็นการคำนวณที่ถูกต้องมีเหตุผลตามรัฐธรรมนูญ ตนเชื่อว่าทุกฝ่าย ทุกพรรคการเมืองก็พร้อมจะยอมรับความจริง เพียงขอให้ กกต.กล้าฟันธง ประกาศผลการคำนวณ ส.ส.ที่พึงจะได้ของพรรคการเมืองออกมาให้ชัดเจนเสียที นายเทพไท กล่าวต่อว่า จากผลการเลือกตั้งซ่อมเขต5 นครปฐมที่ออกมาแล้ว แม้จะไม่มีการนำผลคะแนนจากการเลือกตั้งมาคิดคำนวณ ส.ส.ที่พึงจะได้ก็ตาม แต่ผลที่ตามมาก็ยังกระทบต่อจำนวน ส.ส.ของแต่ละพรรคการเมืองเช่นนี้ ตนเชื่อว่าในการเลือกตั้งซ่อมครั้งต่อไปที่จะเกิดขึ้น โดยจากการเลือกตั้งที่ไม่สุจริต ซึ่งตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา94 ต้องนำคะแนนมาคิดสัดส่วนส.ส.ใหม่ ย่อมมีผละกระทบต่อจำนวน ส.ส.ของพรรคการเมืองอย่างแน่นอน จะทำให้พรรคการเมืองหลายพรรคมีความจำเป็นต้องส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งซ่อมอย่างแน่นอน เพราะอย่างน้อยก็เป็นการนำคะแนนจากการเลือกตั้งซ่อม มาเพิ่มคะแนนรวมให้กับพรรคของตัวเองที่มีอยู่เดิม เพื่อเป็นเกราะป้องกันการลดลงของจำนวนส.ส.ของพรรคการเมืองนั้นๆ “จากประเด็นดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นจุดอ่อน และปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่ไม่มีความชัดเจนในการคิดคำนวณที่นั่งส.ส.ของพรรคการเมือง นับตั้งแต่ประเด็นปัดเศษคะแนน แล้วนำไปเพิ่มที่นั่งให้พรรคเล็กที่ได้คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ 70,000 คะแนน ตามคะแนนเฉลี่ยของสัดส่วนคะแนนต่อส.ส.1 คน ในเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาหยุมหยิมในทางปฎิบัติหลายประเด็น อยากถามหาความรับผิดชอบจากอดีตคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)ว่าคิดอย่างไรกับผลงานของตนเองที่กำลังมีปัญหาอยู่ในขณะนี้ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะต้องสังคายนารัฐธรรมนูญ ด้วยการตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญศึกษาปัญหา และแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างจริงจังเสียที”นายเทพไท กล่าว

